ในกลางปี 2013 เมื่อลูกชายอายุได้ 6 เดือนครึ่ง
มีลูกแล้วต้องหยุดปั่นไหม ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องหยุด ผมวางแผนศึกษาโดยใช้แนวทางของนักปั่นแนวครอบครัวของฝรั่ง เตรียมอุปกรณ์ เตรียมการศึกษานอกห้องเรียน แล้วเริ่มค่อยๆ เล่าความคิดตัวเองให้คนรอบๆ ข้างฟัง
ปกติผมจะขับรถไปส่งภรรยาแถวบางกรวย-จงถนอม แล้วปั่นไปทำงานที่สุขุมวิท 101 พอมีลูกต้องเปลี่ยนให้ภรรยาขับรถไปกลับที่ทำงานเอง แล้วผมจะปั่นกลับมาเล่นกับลูกก่อน
สองคนแรกที่ผมเล่าความคิดของตัวเองให้ฟังคือ อาม๊า และภรรยา โดยให้เหตุผลไปว่า กรุงเทพรถติดอาจทำให้เรามารับเขากลับบ้านช้า และการันตีเรื่องความปลอดภัย จนทั้งสองยอมไว้วางใจ
เจ้าตัวเล็กคนแรกของผมชื่อ "ซาฟิร" มีอายุได้ 6 เดือน ภรรยาก็มาเล่าให้ฟังว่าบริษัทจะส่งไปอบรมที่เยอรมันร่วม 1 เดือน ในช่วงระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม (22 วัน) ผมเห็นดีด้วยกับการไปเพิ่มศักยภาพในการทำงานของภรรยา และรับปากว่าจะดูแลลูกของเราอย่างดี
15 มิถุนายน เป็นวันแรกที่ผมต้องอยู่กับซาฟิรกันสองคน
เก้าวันแรกตอนเช้าขับรถไปส่งให้อาม๊าช่วยเลี้ยง ตอนเย็นขับรถกลับมารับกว่าจะถึงก็ฟ้ามืด วันหยุดก็อาศัยเอาจักรยานแม่บ้านพาเขาปั่นเที่ยวแถวหมู่บ้านเพื่อสร้างความคุ้นเคยบนจักรยาน
25 มิถุนายน ตัดสินใจซื้อเก้าอี้สำหรับเด็กมาติดรถจักรยาน ติดตั้งกล้อง GoPro ไว้ด้านหน้าเพื่อบันทึกอากัปกิริยาของซาฟิร เป็นวันเดียวกันกับภรรยาโทรมาุถามว่าจะให้ซื้อเก้าอี้เด็กหรือเปล่าพอดี เลยบอกภรรยาไปว่าให้ซื้อกระเป๋าหน้า ortlieb แทน
สามวันแรกเราจะปั่นวนไปมาในหมู่บ้านที่อาม๊าอยู่แล้วบันทึกภาพมาวิเคราะห์ถึงอาการต่างๆ ก่อนจะเริ่มออกปั่นไปกลับจากบ้านอาม๊ามาที่บ้าน ระยะทาง 6 กิโลเมตรพร้อมบันทึกภาพเอามาวิเคราะห์อีกรอบ
ผลของการวิเคราะห์ ไม่มีความหวาดกลัว ไม่แพ้ฝุ่นควัน ไม่ตกใจเสียงดัง สนุกสนาน ชอบให้แวะระหว่างทาง ชอบให้คุยด้วย
เราจึงเปลี่ยนวิธีการเดินทางจากรถยนต์กลับมาหาจักรยานอีกครั้ง โดยมีซาฟิรเป็น Buddy
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น