B2S: ทางเล็กๆ ริมคลองตาหนัง

ต า ม ค ำ เ รี ย ก ร้ อ ง . . . บังบอกกลับทางเล็กนะป๋า ขอนะได้ไหม | เอางั้นเหรอ ได้สิจัดไป

วงกลมสโตย ป๋าต่วนชวนปั่น (2)


วันแรก เราจะไปนอนที่เกาะปูยู

เช้าวันที่ 4 กันยายน 2020 ป๋าตื่นตอนตีสี่ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำแล้วเข้าครัวไปนั่งกินกาแฟกับพ่อตากูมัง กำลังสนทนาสัพเพเหระกันอยู่ ฟาอิซก็ตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วกลับไปนอนต่อ 

ป๋าได้ยินเสียงร้องของฟาอิซรีบวิ่งมาดู ฟาอิซพลาดท่านอนตกหมอนทำให้เส้นต้นคอเกิดอักเสบ ป๋าเอายาทาและนวดที่ต้นคอให้แล้ว แต่ก็ไม่ทุเลาลงเลย 

สงสัยทริปนี้คงจะต้องยกเลิกแน่ๆ คอยถามอาการฟาอิซตลอด อาการไม่ดีขึ้นเลย ป๋าปล่อยให้ฟาอิซนอนเล่นและดูการ์ตูนไปก่อนเพื่อลดบรรเทาด้วยการไม่ขยับตัว

ยายขอบคุณ (กอบกุล) มาถึงหน้าบ้านและจอดรถยนตร์เข้าที่เรียบร้อย ยกรถจักรยานลงมาประกอบสัมภาระ ระหว่างที่ยายขอบคุณกำลังเซ็ตรถตัวเองอยู่ก็ใกล้เวลาอาเยาะห์ต่วนกับลุงกิตมาถึง ป๋าลองชวนฟาอิซดูว่าจะไปไหม ไปรับอาเยาะห์ต่วนกับลุงกิตกันฟาอิซขอไปด้วย 

ตอนปั่นจักรยานขึ้นเนินลูกระนาดฟาอิซบอกให้เบาๆ หน่อย เจ็บนะป๋า จากบ้านไปมีลูกระนาดหลายลูกต้องค่อยๆ หยอดล้อขึ้นลงลูกระนาดกันสนุกเลย จนมาถึงจุดที่อาเยาะห์ต่วนกับลุงกิตลงรถทัวร์

นั่งคอเอียง

สามแยกฉลุง


ฟาอิซก็ยังมีอาการเจ็บอยู่ แต่ขอซื้อขนมและของเล่น พอซื้อเสร็จพวกเราทั้งหมดก็ปั่นกลับเข้าบ้านกัน เพื่อทานของว่างและคุยกันเรื่องแผนการเดินทาง ได้ข้อสรุปว่า คืนนี้เราจะไปนอนกันที่เกาะปูยู

บ้านกูมังที่ฉลุง


ของเล่นที่ฟาอิซซื้อมาจูงใจให้น้องซาน่าอยากจะเล่นด้วย ฟาอิซหวงของแต่น้องก็ไม่ละความพยายาม ส่วนป๋าหัวเราะชอบใจที่ฟาอิซโดนน้องแกล้ง

น้องซาน่า ลูกสาวคนเล็กของกูมัง

อาการฟาอิซยังไม่ดีขึ้น ลุงกิตเลยหยิบสเปรย์ยาแก้ปวดเอามาให้ป๋าพ่นให้ ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอาการทุเลาดีขึ้น ถามฟาอิซใหม่ว่าเราจะร่วมปั่นกับเขาไหม ได้คำตอบเหมือนเดิม "ไป ไปเลย อยากไปกางเต็นท์นอน"

เราเริ่มออกปั่นกันตอน 11 โมงครึ่ง จากฉลุง (บ้านจีน) ออกมาได้ไม่นานฟาอิซก็ขอหลับก่อน พวกเราแวะละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดกลางสตูล แล้วกินข้าวเที่ยง ก่อนปั่นไปลงเรือที่ท่าเรือประมงตำมะลัง

พิพิธภัณฑ์สตูล

รอละหมาดที่มัสยิดกลางสตูล

ในซอยบ้านเพื่อนอาเยาะห์ต่วน

ที่ร้านข้าวเราได้ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์สตูลจากเพื่อนอาเยาะห์ต่วน (คุณสุรชัย สมันตรัฐ) บ้างเล็กน้อยก่อนขอตัวออกเดินทางกันต่อ

ระหว่างทางปั่นต้านลมก่อนถึงท่าเรืออาเยาะห์ต่วนเห็นนักปั่นเจ้าถิ่น กวักมือเรียกถามให้มั่นใจว่าท่าเรือที่จะไปเกาะปูยูไปทางไหน

นักปั่นเจ้าถิ่นชี้ทางไปท่าเรือ

ถึงท่าเทียบเรือที่อยู่ด้านข้างท่าเรือประมงจังหวัดสตูล ที่นี่มีเรือบริการไปเกาะถึงหกโมงเย็น ค่าบริการคนพร้อมจักรยาน 50 บาท มีผู้โดยสารรออยู่แล้วสองคน รวมพวกเราอีก 6 คน บังเด่นคนขับเรือก็ขับเรือมาจอดที่ท่า ฟาอิซกับยายขอบคุณลงเรือไปก่อน ที่เหลือช่วยกันยกจักรยานลง จักรยานป๋าต้องจอดไว้หัวเรือเพราะเก้าอี้นั่งหลังสูง

ท่าเทียบเรือไปเกาะปูยู

เก็บภาพหมู่ก่อนลงเรือ

สี่คันจัวางตรงที่นั่งโดยสาร

อาเยาะห์ต่วนคุมท้าย

ฟาอิซกับยายขอบคุณ

บังเด่นนายท้าย

รอยยิ้มแห่งความสุขของกูมัง

ลุงกิต


เรือออกจากท่าป๋าก็ต้องนั่งจับจักรยานแน่นเพราะคลื่นแรง ฟาอิซกับยายขอบคุณนั่งในเรือ อาเยาะห์ต่วนคุมท้าย ลุงกิตกับกูมังคอยคุมจักรยานสี่คัน ราวสิบนาทีเรือก็มาถึงคลองปูยู

ป๋าต้องนั่งหัวเรือ เพราะเก้าอี้นั่งหลังสูง

เรือจอดเทียบท่าพวกเราก็ช่วยกันยกจักรยานและสัมภาระขึ้น เรื่องจะไปไหนต่อ นอนที่ไหน เราไม่ห่วง เรื่องแรกที่ต้องทำคือ ผูกปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ หน้าที่ทั้งหมดตกไปที่อาเยาะห์ต่วนเพราะดูเหมือนพวกเราคิดอะไร อาเยาะห์จัดการให้หมดแล้ว

เข้าร้านค้าก็ได้กับข้าวออกมา แม่ค้าให้ฟรีทั้งหมดมากเกินสำหรับมื้อเย็นวันนี้ พวกเราออกปั่นกันต่อตามกันไป ป๋าไม่รู้ว่าคืนนี้จะต้องไปนอนที่ไหน ปั่นมาถึงโรงเรียนอาเยาะห์ก็พูดคุยกับผู้ดูแล ได้เรือนละหมาดเป็นที่นอนในคืนนี้ ทุกคนจัดการกางเต็นท์ (ยกเว้นป๋า) แล้วชวนกันออกปั่นเที่ยวรอบเกาะ 

อาเยาะห์มองหาคนดูแลโรงเรียน

ต้องหาที่พิงเพราะหัวรถหนัก

เต๊นท์ลุงกิต

กูมังกางเรียบร้อย

อาคารละหมาดของโรงเรียน

เต๊นท์ยายขอบคุณ

กับข้าวคืนนี้

ปูนึ่ง

แกงปูกับกั้งต้ม

ลองกองกับส้มโอ

แลนด์มาร์คที่เราจะไปคือจุดชมพระอาทิตย์ตก วันนี้พวกเราคงจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกเพราะขณะที่เราไปฝนเริ่มพรำลงมา

มาถึงจุดชมวิวสะพานหินหัวแหลมบนเกาะปูยูถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินสวยๆ ที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาด วันนี้ฝนตกก็จะได้บรรยากาศอย่างที่เห็น มันก็สวยงามอีกแบบ ทุกคนพากันเก็บภาพ ป๋าต่วนชวนเจ้าถิ่นคุยให้เล่าเรื่องราววิถีของคนเกาะ

ต้นไม้ยืนต้นตาย

นักการทูตประจำทริป


ออกจากจุดชมวิวเราปั่นผ่านสถานีเรดาร์ ขออนุญาตทหารที่ประจำการ แวะเดินชมสะพานไม้ บรรยากาศที่นี่ก็สวยไปอีกแบบ

งอนป๋า ต้องยื่นมือไปง้อฟาอิซ

ออกจากสถานีเรดาร์มืดแล้วฝนยังคงพรำ ช่วงนี้จะมองอะไรไม่เห็น พวกเราปั่นกลับไปจุดเดิมคือร้านอาหารตอนขึ้นจากเรือ ไปถึงแม่ค้าที่ร้านเอาข้าวให้หนึ่งหม้อ ช้อนจานชามพร้อม และเพิ่มกับข้าวมาให้อีก ป๋าหาซื้อสบู่และแชมพู พร้อมซื้อพาราเซตามอลไว้ให้ฟาอิซกินลดไข้ก่อนนอน เหตุจากเส้นอักเสบของฟาอิซยังคงมีอาการเล็กน้อย

กลับมาถึงรีบเข้าอาบน้ำสระผมก่อน กางเต็นท์เรียบร้อย ก็จัดแจงต้มน้ำใส่มาม่าให้ฟาอิซ ส่วนป๋าก็รอกินข้าวพร้อมคนอื่นๆ ที่กำลังอาบน้ำอยู่

กับข้าวเยอะมาก

หลังกินข้าวเสร็จ ป๋าก็ตบรางวัลให้ฟาอิซด้วยการอนุญาติให้ฟาอิซดูยูทูป 1 ชั่วโมง ส่วนวงผู้ใหญ่ก็ตั้งวงกาแฟเสวนากันพอสังเขป ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน เพราะเช้าตั้งใจจะปั่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น สายๆ ค่อยออกเดินทางกัน

(เรื่องราววันแรกก็จบลงพร้อมหนังตาค่อยๆ ปิด)


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้