เช้าเราตื่นมาเดินชมบรรยากาศรอบๆ ดูกระรอกร้อยๆ ตัวที่ลงมาเล่น ฟังเสียงสัตว์ป่าที่ชวนกันออกหากินตอนเช้า เก็บดอกสตอโยนเล่น และใช้ผืนดินเป็นกระดาษวาดรูปกัน
จากนั้นเราก็อาบน้ำเก็บของ ร่ำลาพี่ไข่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเหรง
ป๋าปั่นออกมาแบบช้าๆ แวะดูพรรณไม้นานาชนิด ไม่อยากที่จะออกจากที่นี่เลย ชักจะชื่นชอบบรรยากาศในยามเช้าของที่นี่ แต่ก็ต้องตัดใจเพราะเวลาเรามีไม่มากนัก
ทางเข้าและออกของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาเหรงจะต้องผ่านสวนยาง สวนผัก สวนผลไม้ของชาวบ้าน
ฟาอิซกำลังสั่งไก่ทอดกับข้าวเหนียว
ปั่นออกมาถึงตลาดเช้าของชาวบ้าน เราสองคนก็แวะหามื้อเช้ากินกันก่อน ฟาอิซอยากจะกินอะไรก็เดินไปหาดูเอาเอง ส่วนป๋าก็สั่งกาแฟร้อนใส่กระบอกแบบเข้มๆ เหมือนเดิม
เห็นฟาอิซเดินไปสั่งไก่ทอดกับข้าวเหนียว ป๋าตามไปสมทบและสั่งเพิ่มให้เป็นสำหรับสองคน
อาศัยนั่งร้านกาแฟที่เปิดสายๆ
ไก่ไม่ค่อยกินเท่าไหร่ ขอหอมเจียวกับพ่อค่าไก่เพิ่ม
มองไปรอบๆ หาที่นั่งกินไม่มีให้นั่งเลย แม่ค้าไก่ทอดเลยบอกให้ไปนั่งร้านกาแฟด้านหน้าตลาดโดยมีพ่อค้าไก่ทอดนำพวกเราเดินไป พร้อมจัดโต๊ะให้เรานั่ง
เราสองคนนั่งลงกินมื้อเช้าพร้อมกับพ่อค้าไก่ทอด และชาวบ้านที่ตามมาสมทบกับเรา นั่งกินไปคุยกันไปก็เรื่องกระเตงลูกมาเที่ยวนี่แหละที่จะเป็นบทสนทนาหลักๆ ที่ทุกคนอยากทำความเข้าใจว่า "ทำไมถึงพาลูกมา"
อิ่มท้องกันแล้วเราก็ขอตัวเดินทางต่อ เป้าหมายข้างหน้าของเราคือเล่นน้ำทะเลที่ หาดแก้ว-กรงอิตำ
ท่ามกลางแดดร้อนระอุ ร้อนแดดหรือเหนื่อยเราก็แอบพัก เมื่อวานนี้ช่วงเย็นเราเจอฝนมาตลอด เช้านี้เราเจอแดดอย่างเดียว
เราออกจากเส้นทางรองมาถึงถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยรถลาสัญจรไปมา ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ อากาศอบอ้าวทำให้ป๋าต้องแอบพักตามศาลาข้างทางบ่อย ฟาอิซเองคงจะเหมือนป๋าเพราะบอกป๋าถ้าป๋าเหนื่อยเราแวะนั่งเล่นที่ศาลาก่อนก็ได้ฟาอิซไม่รีบ
เที่ยงเรามาถึงทางโค้งปากบางต้องแวะหาร้านหลบแดดเที่ยงก่อน นั่งเติมน้ำตตาลให้กับร่างกายที่ขาดหายไปกับเหงื่อจากจุดนี้ถึงหาดแก้วก็ไม่ไกลมากนัก แต่ 10 กิโลเมตรกลางแดดร้อนมากเราไม่ควรออกปั่นต่อ
เราจึงใช้เวลานั่งเล่นที่นี่ราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะย้ายไปแวะอีกจุดที่ปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเดิมนัก (ฟาอิซอยากได้น้ำตาล) และแวะงีบหลับที่ปั๊มนี้อีกหนึ่งชั่วโมง
บ่ายสองเราออกจากปั๊มด้วยการปั่นไปแวะพักไป เพราะวันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยมีเมฆเลย จนมาถึงหาดแก้ว-กรงอีตำ มองเห็นศาลาร้านอาหารบิสมิน ฟาอิซเลือกศาลาแรก จอดยานเสร็จแล้วก็สั่งอาหารและเครื่องดื่ม เราตกลงว่าจะกินให้อิ่มก่อนแล้วลงเล่นน้ำทะเลกัน
ขอเซลฟี่ด้วยไม่ยอม
สั่งอะไรกินกันง่ายๆ ส้มตำสำหรับป๋า ข้าวไก่กระเทียมกับไข่เจียวสำหรับสองคน กินอิ่มกันแล้วฟาอิซก็ขอไปเดินเล่น ส่วนป๋าเอนหลังให้หายเมื่อยก่อนแล้วค่อยลงเล่นน้ำ
ดอกสะตอร่วงที่เก็บมาจากเขาเหรง คืออุปกรณ์ในการเล่นน้ำของเรา เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานจนแดดเริ่มอ่อนตัวลง ดูนาฬิกาอีกทีเกือบห้าโมงเย็น พากันรีบขึ้นไปอาบน้ำจืดกัน
ขว้างไปให้ไกล น้ำทะเลก็จะตีกลับมา
ก่อนจะลงน้ำเล่น ป๋าเดินสำรวจขยะก่อน
ได้เวลากลับกันแล้ว แวะถ่ายรูปกับเจ้าวัวทั้งหลาย และวนสำรวจรอบๆ พื้นที่ หาจุดกางเต็นท์ไว้เผื่อคราวหน้า ก่อนหน้านั้นป๋าสอบถามเจ้าของร้านอาหารบิสมินแล้ว
เจ้าของร้านบิสมินบอกว่ากางได้ทุกพื้นที่ เพราะที่นี่เคยจัดงานแคมป์ปิ้งของกลุ่มรถโบราณหรือคลาสสิค บันทึกไว้เผื่อคราวหน้า หรือไว้เผื่อใครผ่านทางแล้วหมดกำลังแถวนี้ ส่วนป๋าบันทึกไว้ว่าสักครั้งเราจะมานอนที่นี่
ออกจากตรงนี้เราแวะซื้อขนมและเกลือแร่ที่ปั๊ม ปตท. ตรงแยกพระพุทธ อ.เทพา ผ่านแยกไฟแดงมีตลาดนัด
ได้ยินเสียงตะโกนของผู้หญิงคนหนึ่ง “บัง ปั่นมาถึงนี่เลยเหรอ” ด้วยความที่ออกตัวจากไฟแดงมาทำให้ไม่ได้จอดพูดคุยด้วย
แสงแดดเริ่มอ่อนตัวลง และมืดค่ำเมื่อเข้าเขตแดนของจังหวัดปัตตานี ไฟหน้าและท้ายสว่างขึ้นตามความมืด เสียงฟาอิซพูดคุยเริ่มเบาลงจนหลับ รอบนี้ปั่นไม่พักขายาวสุด 30 กิโลเมตร
แวะปั๊มสุดท้ายที่ดอนยางจากจุดนี้เหลือระยะ 14 กิโลเมตรสุดท้ายเติมน้ำให้กับตัวเองก่อน
ฟาอิซส่งกำลังใจให้ “น้องรักป๋านะ ป๋าปั่นดีๆ นะ อย่าลืมแวะกินน้ำแตงโมด้วยนะ ที่หอนาฬิการิมแม่น้ำนะ” ออกปั่นต่อนาฬิกาตอนนี้สองทุ่มสิบนาที คาดว่าไม่เกินสามทุ่มก็ถึง เรามาถึงหอนาฬิกาตามเวลา แวะกินตามที่ฟาอิซสั่งไว้
เรากลับเข้าบ้านสามทุ่มครึ่ง อาบน้ำแล้วเข้านอนทันที
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น