B2S: ทางเล็กๆ ริมคลองตาหนัง

ต า ม ค ำ เ รี ย ก ร้ อ ง . . . บังบอกกลับทางเล็กนะป๋า ขอนะได้ไหม | เอางั้นเหรอ ได้สิจัดไป

ยะลา มินิทัวร์ริ่ง แอนด์ แคมป์ปิ้ง

นานแล้วที่เราไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ยะลา พอได้ยินบังวี (Vee Bike Yala) บอกว่าจะมีการจัดพบปะกลุ่มจักรยานทัวร์ริ่งกลุ่มเล็กๆ จำกัดที่ 50 คน ที่แคมป์กราวด์แห่งใหม่ชื่อ "ลุโบะดีแย"

ป๋าก็รอวันเวลาที่เขาเปิดรับสมัครเป็นทางการ แล้วจึงรีบสมัครทันที คราวนี้สมัครก่อนแล้วค่อยมาเล่าให้ฟาอิซฟัง เพราะเป็นความต้องการของป๋าด้วย 2 เหตุผล หนึ่งเพื่อร่วมงาน สองเพื่อเยี่ยมญาติ และมิตรสหาย

ก่อนวันไปมี chat message ขึ้นมาจากบังโซ๊ะ ว่าป๋าออกปั่นกี่โมง จะขอปั่นไปด้วย ป๋าเลยนัดเวลากับบังโซ๊ะ เจ็ดโมงเช้าเจอกันที่หน้ามัสยิดกลางปัตตานี

19 กันยายน 2563 เราออกจากบ้านใกล้เวลานัด ก่อนถึงมัสยิดเห็นจักยานจอดอยู่ประตูหน้า บังโซ๊ะมาถึงแล้ว วันนี้แกมาแปลกเพราะปกติแกจะมาช้ากว่าทุกคนเวลานัดพบกัน

หน้ามัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

ป๋าเลยชวนเข้าไปกินกาแฟที่ร้านอยู่ด้านในลานจอดรถมัสยิดก่อน ก่อนออกจากบ้านป๋ายังไม่ได้กินอะไรเลย ขอกาแฟสักแก้วก็ยังดี

คุยกันเพลินจนได้ยินเสียงฟาอิซเร่ง "ไปกันได้แล้ว นั่งนานแล้วนะ" ป๋ารีบยกแก้วดื่มให้หมด บังโซ๊ะจัดการเคลียร์ค่ากาแฟเสร็จ พวกเราก็ออกปั่น

นั่งเร่งป๋าให้รีบกิน

มีเวลามากในการปั่นจึงปั่นสบาย เรื่องราวสองข้างทางก็จะถูกหยิบยกมาเป็นบทเรียนระหว่างทาง ป๋าไม่เคยเหงาเวลาออกปั่น

ผ่านบ้านปูยุดก็หันไปถาม "มีใครหิวกันบ้างไหม" เราจะได้แวะกินโรตีร้านประจำที่ปูยุดรามง มองหาร้านก็ไม่เห็นเลยมาแล้วแน่ๆ บังโซ๊ะบอกให้แวะสาขา 2 ห่อนถึงทางเข้าบ้านสะนอ

มาถึงร้านโรตีฟาอิซขอซื้อขนมกินเล่นที่ร้านข้างๆ แทน เพราะฟาอิซกินโรตีก่อนออกจากบ้านแล้ว บังโซ๊ะสั่งโรตีสองแผ่นจิ้มน้ำแกงเนื้อ ข้าวยำไข่ต้มของป๋า ใช้เวลาอยู่ในร้านไม่นานนัก

ระหว่างทางฟาอิซอยากได้ขนมเพิ่ม ป๋าเลยให้นับหลักกิโลให้ครบห้าหลักก่อน แล้วป๋าจะจอดให้ซื้อขนมร้านแรกที่เราเจอ ผ่านหลักที่ห้า หก เจ็ด… สิบ ถึงเจอร้านขนม แวะซื้อเสร็จก็ออกปั่นตามบังโซ๊ะ

มาแวะเข้าห้องน้ำที่มัสยิดต้นมะขาม ให้บังโซ๊ะเข้า เราสองคนก็นั่งเล่นกินขนมรอ ระหว่างนั้นก็พยายามติดต่อยังดีก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ เราจึงออกผั่นต่อเหลือระยะทางอีกแค่ 16 กิโลเมตรจะถึงตัวเมืองยะลา

โดมของมัสยิดต้นมะขาม

ขนมที่ซื้อมาจากการนับหลักกิโลเมตร

ตอนขึ้นเขาตูมสวนกับกลุ่มปั่นขาแรงจากที่ไหนไม่รู้ ได้แต่โบกมือทัก และส่งเสียงตอบรับ บางคนถึงกับอึ้งที่มองเห็นเราสองคน ในใจเขาคงคิดว่าเราจะไปไหนกันหอบของมากมายขนาดนี้ หรือแปลกตาที่มีฟาอิซร่วมทางกับป๋าด้วย

เข้าเมืองยะลาก็รีบแวะไปที่ร้านโกปี๋ เพราะส่งข่าวไปแจ้งแกว่าเราจะไปดื่มน้ำกระเจี๊ยบ ระหว่างนั่งคุยกันก็หยิบโทรศัพท์มาดู มี. miss call จากบังลี (Romlee Matlee) ป๋าจึงติดต่อกลับ

บังลีตะโกนเรียกตอนพวกเราปั่นผ่านหน้ามัสยิดกลางยะลาแต่พวกเราไม่ได้ยิน ป๋าเลยบอกให้ปั่นตามมาหาที่ร้าน เรานั่งคุยกับโกปี๋ไปพลางๆ ก่อน

บังลีมาถึงเราก็ชวนกันปั่นออกไปนั่งเล่นที่สวนขวัญเมือง ปล่อยอิสระให้ฟาอิซเล่น playground และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คน จนบังดีปั่นมาเจอกันกับพวกเรา

สวนขวัญเมือง

จับภาพบางส่วนของสวนขวัญเมืองมาใส่กรอบ

สนุกสนานกับเพื่อนใหม่

ยานของเรา

เที่ยงได้เวลาเช็คอินลงทะเบียนที่งาน เราออกจากสวนขวัญเมืองช้าสิบนาที ระหว่างทางเจอบังจูเนียร์ ป๋าส่งสัญญาณให้ออกปั่นตามมา 

มาถึงโรงพิธีช้างเผือกเจอกับพี่ๆ นักปั่นที่มาก่อนหน้าเรา สวัสดีทักทายกัน มีทั้งที่จำชื่อได้ จำชื่อไม่ได้ และหน้าใหม่ พวกเรารีบลงทะเบียนรับเสื้อและกระเป๋าผ้าเอนกประสงค์

ความโกลาหลในการจัดงานย่อมมีเสมอ ป้าเอ๋ดูลุกลี้ลุกลนจนป๋าต้องบอกให้ใจเย็นๆ เครื่องเสียงไม่พร้อมเราใช้ตะโกนเอาก็ได้ ให้ทุกคนพร้อมกันก่อน มีหลายคนที่ยังมาไม่ถึง มีหลายคนที่ขอไปทำศาสนกิจก่อน

เมื่อพร้อมกันหมด ทีมงานก็ประกาศโดยใช้เสียง ให้มารวมตัวกันเก็บภาพหมู่ ทั้งภาคพื้น และโดรนบินถ่ายภาพมุมสูงก่อน ตั้งขบวนปั่นชมเมืองยะลา

หัวขบวนนำโดยนักปั่นผู้ผ่านประสบการณ์ปั่น 11 ประเทศอาเซียน บังฮาบิ๊บ (Habib IbnAbdulrahim Kodae) คอยเป็นผู้กำกับเส้นทาง และเล่าเรื่อง มีบังวีกับบังชารีฟ คอยขี่มอเตอร์ไซค์เก็บภาพ มีป้าเอ๋กับลูกสาวคอยช่วยเก็บภาพด้วยรถยนต์ มีทีมงานที่คอยเป็น marshall คอยคุมขบวน

ขบวนเราปั่นผ่านบังเกอร์บอมบ์ที่มีสีสันสวยงาม มาถึงหน้าสถานีรถไฟยะลาก็จอดเรียงแถวหน้าตึกหลากสีที่มีสีสันคล้ายลูกกวาดหรือสายรุ้งตามแต่ผู้พบเห็นจะเรียก เก็บภาพหมู่คู่กับความเป็นแลนด์มาร์คของยะลา

ออกปั่นผ่านมัสยิดกลางยะลา เลี้ยวเข้าซอยป๋าก็ต้องจอดเพราะต้องจัดให้ฟาอิซนอนก่อน แล้วปั่นตามหลังขบวนมาจนถึงหน้าทางลอด ทางลอดอุโมงค์สะพานดำ ตรงนี้มี street art ที่เพิ่งจะวาดเสร็จไม่กี่วัน เราได้แค่ผ่านลอดไปอย่างเดียวไม่ได้จอดเก็บภาพ

ถนนนวลสกุล 2 เป็นแหล่ง street art ใหญ่ในเมืองยะลา ภาพถูกวาดโดยศิลปินคนไทยที่มีชื่อเสียงเดินทางไปวาดมาแล้วในหลายๆ ภูมิภาคของโลกมาแล้ว ทีมงานพาเรามาเก็บภาพเพียงสองจุด

ในระหว่างที่เราปั่นเลียบแม่น้ำเพื่อชมทัศนียภาพของความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำปัตตานี ฟาอิซก็ยังคงหลับ เสียงบังฮาบิ๊บดังขึ้นมาบอกว่า 

"เนื่องจากยังพอมีเวลาเหลือ ขอเพิ่มเส้นทางปั่น เราจะไปแวะกันที่วัดหน้าถ้ำกันก่อน"

ก่อนถึงวัดหน้าถ้ำฟาอิซตื่นทันเห็นฝูงลิง ที่ปีนป่ายซุ้มประตูและบนสายไฟหน้าวัด ฟาอิซก็เป็นห่วงกลัวมันจะลงมาแย่งของกินเหมือนที่มันเคยขโมยของเราไปเมื่อครั้งที่เราไปทะเลบัน

คราวนี้เรามากันเยอะมันไม่กล้าลงมาหรอก พวกเราใช้เวลาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยการนั่งรับลมตั้งวงสนทนากัน ไม่มีใครเดินเข้าไปดูองค์พระนอนที่อยู่ภายในถ้ำ


ฟาอิซได้ขนมกินเพิ่ม คนอื่นๆ ก็บ้างก็ผ่อนคลายด้วยการกิน เปลี่ยนกลุ่มคุย เอนหลังลงนอนกับพื้น จนได้เวลากลับไปยังจุดกางเต็นท์


ขบวนปั่นผ่านไปทางด้านข้างของวัด ความสวยงามของภูเขาไม่แพ้ที่อื่นๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ปั่นออกผ่านสวนชาวบ้านมาทางถนนเล็กๆ เพื่อไปตลาดน้ำท่าแพ-ท่าสาป

คืนนี้เราต้องเปลี่ยนสถานที่กางเต็นท์ จากลุโบะดีแย เป็นลานของตลาดน้ำท่าแพ-ท่าสาปแทน เพราะน้ำในแม่น้ำปัตตานีขึ้นสูง ท่วมถึงลานกางเต็นท์ของลุโบะดีแย

บรรยากาศถูกเปลี่ยนพอที่จะรับได้ มีตลาดให้เดินเล่น การแสดงต่างๆ ที่ตลาดจัดไว้ให้คนดู ดนตรีคอยบรรเลงขับกล่อมให้ผู้คนเจริญอาหาร และหย่อนใจ

ถึงลานกางเต็นท์ไม่มีใครออกไปเดินชม กลับจับกลุ่มนั่งเสวนากันเหมือนเดิม ฟาอิซก็สนุกไปกับการเลื่อนรั้วกั้นที่มีล้อ ไม่มีท่าทีว่าเหน็ดเหนื่อย จนบังวาวามาถึงจึงมีเพื่อนเล่น ครานี้จะจอมแสบสองคนมาเจอกัน ก็ต้องปล่อยไปตามความซนเพียงแต่คอยมีเสียงห้ามปรามจากผู้ใหญ่บ้าง

หามุมกางเต็นท์โดยไม่ต้องคำนึงถึงการถ่ายภาพ มันช่างเป็นอะไรที่ง่ายมาก พอใจจะกางตรงไหนก็โยนเต็นท์ลงไปบนพื้น คลี่และกางเสร็จก็ไปนั่งร่วมวงเสวนากับลุงป้านาอาและเพื่อนๆ ฟาอิซก็ยังคงสนุกไม่มีเหนื่อย เวลาอิสระของลูกป๋าไม่เคยคิดจะห้ามแต่จะคอยบอกให้ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุที่เราหลีกเลี่ยงได้

ใกล้เวลาหกโมงเย็นวิ่งมาบอกป๋าว่า "ฟาอิซไม่ไหวแล้ว ฟาอิซหิวข้าวมากเลยป๋า" เหลือบมองไปที่เต๊นท์ใหญ่เห็นเขากำลังจัดสำรับกับข้าวแบบบุฟเฟ่ต์อยู่


ป๋าเดินไปขอให้ฟาอิซก่อน ตักข้าวกับไก่ทอดและผักมาให้ ฟาอิซลงมือจ้วงใหญ่เลย ขอไก่เพิ่มอีกสองชิ้น หกโมงครึ่งถึงเวลาผู้ใหญ่กินข้าวกันบ้าง ทุกคนทยอยหหันมาต่อแถวตัก คนที่กลับไปอาบน้ำก็มาทันมื้อค่ำ คนที่ติดธุระก็เดินทางมาถึงพอดี

ค่ำคืนนี้จะมีงานแสดงปัญจสีลัตที่ทางทีมงานจัดแสดงต้อนรับพวกเรา การแสดงถูกย้ายไปร่วมเวทีใหญ่ของตลาด เพื่อแบ่งปันให้กับผู้มาเที่ยวอื่นๆ ได้ชมด้วย พวกเราจึงต้องเดินไปร่วมชมการแสดงที่นั่น

ป๋าพาฟาอิซเดินฝ่าผู้คนที่นั่งบนเก้าอี้ถึงด้านข้างเวทีที่ไม่มีเก้าอี้นั่ง ป๋าและฟาอิซนั่งลงกับพื้นสักพัก มีคนอื่นๆ ที่มองไม่ค่อยเห็นทยอยเดินลงมานั่งข้างๆ จนจบการแสดงเราก็เดินกลับไปยังลานกางเต็นท์

ฟาอิซก็ขอไปวิ่งเล่นเหมือนเดิม ป๋ากับคนอื่นๆ กลับมาก็ตั้งสภากาแฟ สนทนากันตามประสา ฝนตกลงมาสภากาแฟไม่ได้เลิกแต่ย้ายมาใต้เต็นท์รถบังวี ถึงเต็นท์จะมีน้ำซึมรั่วแต่ก็ไม่ได้ทำให้สภากาแฟเลิก

ฟาอิซแยกย้ายจากกลุ่มเด็กๆ มาหลบในเต็นท์สภากาแฟสักพักก็เริ่มง่วงนอน ไม่ขออาบน้ำให้ป๋าเช็ดตัวให้ ป๋าพาเข้าเต็นท์นอนแล้วป๋าก็ออกมานั่งสภากาแฟต่อ

ย้ายจากสภากาแฟมานั่งคุยกับบังฮาบิ๊บ หวังจะฟังเรื่องเล่า ผจญภัยในต่างแดน 11 ประเทศอาเซียน กลับกลายเป็นป๋าเป็นผู้เล่าเรื่องการเดินทางกับลูกซะงั้น

นาฬิกาเดินเลยมาเกือบตีหนึ่ง ได้เวลาป๋าหนีเข้านอนบ้างละ จากนั้นไปเรื่องราวนอกเต็นท์ก็ค่อยๆ เบาลง เบาลง พร้อมกับตาป๋าที่ค่อยๆ หรี่ลง หรี่ลงจนปิด และเสียงเงียบสนิทเพราะหลับจนถึงเช้า

5:30 น. นาฬิกาปลุกดัง ตื่นอาบน้ำละหมาด หลายๆ คนก็ทยอยลุกตื่นตามมา มาต่อเรื่องราวที่คุยกันไว้เมื่อคืนต่อ ฟาอิซก็ตื่นตามมา

เช้านี้ฟาอิซฟาดโรตีไข่ไปสามลูก ที่ป๋าใช้คำว่าฟาด เพราะว่าฟาอิซกินมากกว่าปกติ คงต้องการพลังงานมากเพราะอยากวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ต่อ

มื้อเช้าของทุกคนมี โรตีไข่ ข้าวยำ ไข่ต้ม และกาแฟดริป จาก Vegabond ป๋าก็กินทุกอย่างที่ทีมงานเขาจัด

ก่อนปิดงานมีการอบรมเรื่อง "การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ที่เราเรียกมันว่า CPR" ป๋าเคยผ่านการอบรมนี้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม โชคดีจังที่ได้กลับมาอบรมในครั้งนี้ ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ ดูได้จากสีหน้าของทุกคน

จบการอบรมเราก็แยกย้ายกันเก็บเต็นท์ กลุ่มเราสามคันมีบังดี บังโซ๊ะ และเราสองคน ร่ำลาจากทุกคนแล้วก็ออกปั่นไปอาบน้ำที่ทำงานเพื่อนของบังโซ๊ะ จากนั้นก็ปั่นกลับเข้าเมืองเพื่อเก็บภาพงาน Street Art ของยะลา

เริ่มต้นจาก Bird Street Art ที่มี 14 จุด ศูนย์กลางอยู่ที่ถนนนวลสกุล 2 เราเก็บกันไม่ครบหรอก เพราะเพิ่งจะมีข้อมูลทีหลัง 



ต่อด้วยสะพานดำที่เราเคยลอดมาวันแรก ตรงจุดนี้ความยากอยู่ตรงที่รถวิ่งลงมาเร็ว ป๋าต้องปีนเดินบนสันกำแพงอุโมงค์เพื่อเก็บภาพทุกคน

จากนั้นเราก็ต้องแยกทางกับทุกคน เพื่อไปเยี่ยมญาติ เราวกกลับมาที่ตลาดริมทางรถไฟ เพื่อกลับมากินมื้อเที่ยงที่ร้านญาติ ก่อนขอตัวไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่บ้าน



ที่บ้านญาติหลังจากคุยถามถึงสารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ป๋าแกล้งนอนหลับเพื่อให้ฟาอิซได้หลับกลางวัน ป๋าเผลอหลับสนิทไปก่อนตื่นมาสี่โมงเห็นฟาอิซนอนข้างๆ

สี่โมงป๋ายืนอยู่หน้าบ้านญาติกำลังจัดของ บังลีปั่นผ่านมาบ้านบังลีอยู่ในละแวกนี้ ชวนป๋าไปกินกาแฟ ป๋าต้องปฏิเสธเพราะจะแวะอีกบ้านที่อยู่ใกล้ค่ายสิรินธร กลับเข้าบ้านลาทุกคนออกมาบังลีหายไปแล้ว

เราสองคนปั่นมาถึงร้านสะดวกซื้อก่อนออกจากเมืองยะลา ป๋าให้ฟาอิซลงไปซื้อขนม บังลีก็ปั่นตามมาถึงยื่นรองเท้า keen คู่เล็กให้ป๋า ฟาอิซออกมาจากร้านก็ลองใส่ได้พอดี หันไปขอบคุณบังลี เราก็ขอตัวไปบ้านญาติอีกหลังก่อน

หกโมงสิบนาทีเราออกจากยะลามาไม่ไกลนัก ความสว่างก็เริ่มน้อยลงไปจนมืดสนิท ไฟหน้าพร้อมหลังพร้อมเราก็ปั่นไปเรื่อยๆ คอยมองแสงสะท้อนจากกระจกมองหลังเพื่อเพิ่มความระวังให้กับตัวเอง

ที่เมาะมาวีเราจอดซื้อขนมและดื่มน้ำ ป๋ามีอาการลมตีกลับในท้อง ทำให้ทั้งตดทั้งเรอจนถึงปูยุดต้องแวะซื้อโค้ก เพื่อกินไล่ลม

เกือบสามทุ่มเราก็กลับมาถึงบ้าน อาบน้ำสระผมแล้วขึ้นนอนทันที เพราะเช้าฟาอิซต้องไปโรงเรียน




ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้