บาร์บาร่า เฟลโลว์ แคมป์กราวด์
Barbara Fellow Campground
ชื่อนี้มีความหมายยังไงป๋าไม่รู้จริงๆ ฟังดูเท่ดี ได้เห็นจากเพื่อนๆ กลุ่มจักรยานจากยะลาและปัตตานีที่จับกลุ่มแล้วเรียกกลุ่มตัวเองว่า "พลังถีบ"
กลุ่มนี้แหละมาเช็คอินครั้งที่แล้ว ป๋าเคยขอพิกัดแต่ก็ไม่มีใครส่งให้ จนมาถึงครั้งนี้มีเพื่อนจากยะลาชื่อว่า มะกอยี มะเก็ง ที่อยู่ในกลุ่มพลังถีบส่งข้อความชักชวนให้ป๋าไปร่วม
แรกทีก็สองจิตสองใจว่าจะไปร่วมดีไหม เพราะวันที่เขาจัดดันตรงกับฟาอิซเรียนหนังสือ แต่ก็เอาเรื่องราวมาเล่าให้ฟาอิซฟัง ฟาอิซก็บอกว่าอยากไป เลิกเรียนแล้วเราไปกันเลยถึงมืดก็ไม่เป็นไร
เพื่อนที่ปัตตานีก็ส่งข้อความมาถามเมื่อทราบว่าป๋าจะไปร่วมด้วยว่าจะปั่นไปพร้อมกันไหม เช้าวันศุกร์ให้มาเจอกันที่หอนาฬิกา ป๋าบอกว่าขอตามไปตอนเย็นให้ส่งพิกัดสถานที่มาให้ป๋าด้วย
เย็นวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 ป๋าจัดของเรียบร้อยก็ปั่นไปรับลูกที่โรงเรียน แล้วเราก็ออกเดินทางกัน แวะซื้อน้ำและขนมที่ร้านสะดวกซื้อ บทเรียนธรรมชาติก็เริ่มต้นเมื่อล้อหมุนทีนที
เลี้ยวซ้ายที่อำเภอยะรังเราก็แวะร้านสะดวกซื้อของชาวบ้าน เมื่อเราแวะซื้อน้ำและขนม คนในร้านก็เอ่ยถามทันที
"จะไปไหนกัน ไปทำอะไร ลูกไม่ร้อนเหรอ เรียนหนังสือแล้วยัง อยู่ชั้นอะไร เรียนที่ไหน รู้จักยาซีนไหม"
(จริงๆ ถามมากกว่านี้อีก เล่นซะชุดใหญ่เลย)
ป๋าต้องค่อยๆ ตอบ โดยทวนคำถามให้ฟาอิซเป็นคนตอบก่อน
ส่วนป๋าตอบไปว่า "ไปทุ่งยางแดง มาคันเดียวสองคน ไปค้างคืน ไม่ได้ไปบ้านญาติ ไม่รู้จักยาซีน ยาซีนไหน"
"Yes I go ไง"
ยืนยันคำตอบ "ไม่รู้จักครับ"
เขาทำหน้างงๆ แล้วเขาบอกว่า "คนดังนะ ไม่รู้จักเหรอ ปั่นจักรยานเหมือนคุณเลย"
คิดในใจ สงสัยคงจะต้องรู้จักไว้ซ่ะแล้ว แล้วตอบว่า "เราไม่เคยดูทีวีหรือรายการอะไรก็ตามมาสิบปีแล้ว"
แล้วเราก็เดินทางต่อ ระหว่างทางฟาอิซทวงสิ่งที่ฟาอิซอยากได้คือลูกอม แต่ระหว่างช่วงนี้จะไม่ค่อยมีร้านค้า มีแต่ป่ายาง ต้นไม้ ทุ่งหญ้า จนมาถึงแยกเข้าโรงเรียนกระเสาะ ที่เพิงข้างทางมีผลไม้วางขาย ป๋าจึงจอดจักรยานแล้วหันไปถามฟาอิซว่า
"กินเงาะแทนได้ไหม มันมีความหวานเหมือนลูกอมนะ"
"ได้ป๋า ฟาอิซก็ชอบผลไม้"
แม่ค้าได้ฟังแล้วยิ้มให้ พร้อมหยิบเงาะใส่ถุงมากกว่าหนึ่งกิโล แล้วบอกกับฟาอิซว่า "แถมให้คนเก่งแล้วนะครับ"
แวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มเล็กๆ ก่อนเข้าถึงอำเภอมายอ เหลือระยะทางราวๆ สักชั่วโมงก็น่าจะถึง เราออกปั่นต่อไปเรื่อยไปๆ จนมาถึงพิกัดที่เราค้นหาในกูเกิ้ลมืดค่ำพอดี คือปั๊มน้ำมันทุ่งยางแดง ที่นี่ฟาอิซปวดปู๋พอดี
เมื่อเอาออกก็ต้องเอาเข้า วนกลับมาหาร้านเบอร์เกอร์สั่งเบอร์เกอร์สองลูกสำหรับฟาอิซ เรานั่งเล่นที่ร้านแบบไม่เร่งเวลาให้ถึง ความมืดไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเรา ได้เบอร์เกอร์แล้วก็ออกปั่น ระยะทางเหลืออีก 6 กิโลเมตร ออกมาได้ไม่ไกลก็นึกอยากใช้กูเกิ้ลนำทางในความมืด "อ้าว...ป๋าลืมโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะ" ต้องวนกลับไปเอา
ถึงร้านเบอร์เกอร์เห็นโทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ แม่ค้าที่ร้านก็ไม่รู้ว่าเราลืมเอาไว้ โชคดีที่ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้านต่อจากเรา รีบลงไปหยิบและออกปั่นไป
ระหว่างทางเข้าไปยังจุดกางเต็นท์มันมืดสนิทแม้จะมีไฟส่องทางจากยานของเรา บทเรียนพิเศษในความมืดก็ถูกบรรยายขึ้น เพิ่มอรรถรสในการเรียนรู้ พร้อมกับสร้างปัญหาให้เราได้แก้ไข
การหลงทางจึงเป็นบทเรียนให้เราได้แก้ไข กูเกิ้ลมันมักจะพาเราเพี้ยนเสมอ ตอนเหลือระยะ 300 เมตรในความมืดนี่แหละที่สร้างปัญหาให้เรา พอปั่นไปข้างหน้ามันก็บอกให้วกกลับ พอกลับมาข้างหลังมันก็บอกเลยมาแล้ว สุดท้ายต้อใช้ตัวช่วย ต้องโทรให้เพื่อนๆ ช่วยส่งสัญญาณไฟมาให้ว่าอยู่ตรงจุดไหน พร้อมกับคอยส่งเสียงบอกทางให้เราสองคน
มาถึงเราทักทายทุกคนเสร็จ ก็ยืนมองรอบๆ บรรยากาศกลางคืนก็สไตล์แคมป์กราวด์ กลุ่มจักรยานก็กลุ่มหนึ่ง กลุ่มมอเตอร์ไซค์ก็กลุ่มหนึ่ง กลุ่มรถยนต์ก็กลุ่มหนึ่ง รวมแล้วกลายเป็นกลุ่มแคมป์ปิ้งตามใจของแต่ละคนปรารถนา สักพักหนึ่งเพื่อนจากยะลาที่ชักชวนป๋ามาร่วมก็มาถึง
ทุกคนยังไม่ได้กินมื้อค่ำเพราะเจ้าถิ่นบอกให้รอกินพร้อมกัน พวกเขากำลังปรุงอาหารสำหรับทุกคน หาพื้นที่ให้ฟาอิซนั่งกินเบอร์เกอร์ก่อน ป๋าเดินมองหาจุดที่จะกางเต็นท์ให้เป็นแนวเดียวกับทุกคนในกลุ่ม
คืนนี้พิเศษหน่อยตรงเจ้าถิ่นขอเลี้ยงอาหารทุกคน มีแพะย่าง 1 ตัว ซุปเป็ด ไม่ทราบจำนวนตัว กับข้าวสองอย่าง มีปริมาณมากพอสำหรับคน 30 กว่าคน ผลไม้ เงาะ มังคุด ขนมทานเล่น เยอะมาก
เมื่อกับข้าวพร้อมทุกคนก็มาล้อมวงร่วมกัน ทุกคนเอร็ดอร่อยกับการกิน มีความเป็นกันเอง อิ่มหนำสำราญกันทุกคน จากนั้นก็แยกย้ายกลับไปที่กลุ่มของแต่ละกลุ่ม
เราเดินไปอาบน้ำที่บ่อ กำลังอาบอยู่เห็นดวงตาเล็กๆ สะท้อนแสงไฟ บังดีทำเสียงเรียกเมี๊ยวๆ ดู มันก็เดินเข้ามาหาจนใกล้ ที่แท้ก็คือแมวนี่เอง ก่อนหน้านั้นเราจินตนากรไปเรื่อยถึงสัตว์นานาชนิดที่เราเดากัน หมูสังข์ หมาป่า บลาๆ...
ส่วนกลุ่มจักรยานก็กลับมาต่อด้วยกาแฟสด ตั้งวงเสวนา และดริปกันทั้งคืนจนป๋าต้องขอตัวหนีไปนอนกกลูกตอนตีหนึ่ง
เช้าตื่นมา "ว้าว...เลย กับบรรยากาศ" พระอาทิตย์ขึ้น ทิวทัศน์รอบๆ ที่สวยงาม เป็นทุ่งโล่งกว้าง อากาศเย็นสบาย มีควายให้ดู
ข้อเสียคือ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้หลบแดดถ้าต้องอยู่ต่อ ไม่มีห้องน้ำให้เข้า (ยังไม่เหมาะกับคนลำไส้สั้น) มีบ่อน้ำให้อาบ
กลุ่มคนที่จะมาแคมป์ที่นี่ มาได้ทุกประเภทที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องลำไส้สั้นได้ (ขุดหลุมทำส้วม)
ชื่นชมกับบรรยากาศยามเช้า สักพักก็มีข้าวยำไข่ต้มมาเสิร์ฟ (จากเจ้าถิ่นอีกหล่ะ) ขาดแต่กาแฟเพราะดริปหันจนหมดเมื่อคืน พวกเราก็มานั่งล้อมวงกินมื้อเช้ากัน
เราเดินกันไปอาบน้ำที่บ่อ ทางเดินแฉะหน่อยแต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา ฟาอิซสนุกกับการตักน้ำจากบ่อขึ้นมาอาบเองเย็นชื่นใจ
แล้วกลับมาเก็บเต็นท์ แดดเริ่มไล่เรากันแล้ว ทุกคนค่อยๆ ทยอยกันเก็บ แล้วไปรวมตัวกันเก็บภาพหมู่
เมื่อทุกคนพร้อมออก ขบวนพวกเราก็เคลื่อนตัวออก มีกลุ่มน้องๆ ก๊วนมอเตอร์ไซค์ที่ตอยตามเก็บภาพพวกเราปั่นจนถึงถนนใหญ่
เรานัดกันที่ร้านกาแฟร้านแรกก่อนถึงปั๊มน้ำมัน เราจะแวะกันที่นั่นเพื่อหาแฟ และอาหารเช้าเพิ่มอีกเล็กน้อย
ถึงร้านกาแฟทุกคนเข้าร้านสั่ง เราขอไปห้องน้ำที่ฟาอิซเข้าเมื่อคืนก่อน ฟาอิซต้องปล่อยของ
กลับมาที่ร้านกาแฟ เปิดประเด็นเรื่องหาที่แวะเล่นน้ำ หรือที่แวะระหว่างทาง คนที่ไม่สะดวกก็ขอตัวแยกจากกันระหว่างทาง ระหว่างทางมาป๋าเห็นข้างทางมีธารน้ำไหล ตั้งใจว่าจะแวะขากลับ
กลุ่มยะลาปั่นมาส่งพวกเราครึ่งทาง กลุ่มเรามี 5 คนรวมฟาอิซ มีบังหยก บังโซ๊ะ บังดี และอีกคนป๋าจำชื่อไม่ได้ ระหว่างทางบังหยกก็แวะถามชาวบ้าน "น้ำตกแถวนี้มีไหม" ได้ข้อมูลว่าอำเภอมายอมีน้ำตก
ถึงตัวอำเภอมายอเราคุยกันเรื่องมื้อเที่ยง ป๋าบอกทุกคนว่าในกระเป๋ามีข้าวสาร บังหยกลงความเห็นว่า งั้นเราซื้อไข่ ปลากระป๋อง มาม่า แล้วไปหุงข้าวกินกัน ป๋าเห็นด้วย
เราแวะร้านสะดวกซื้อ บังหยกจัดการทุกอย่างเหมือนเคย เสร็จแล้วเราก็มุ่งหน้าไปยังน้ำตก
มาถึงน้ำตกเด็กวัยรุ่นเยอะมาก จนเราต้องย้อนกลับลงมาตรงแอ่งน้ำเล็กๆ ที่เด็กเล็กสองคนลงเล่นอยู่มีคุณพ่อนั่งเฝ้า หาที่จอดยานเรียบร้อย เปิดกระเป๋าเอาอุปกรณ์มาวางไว้ แล้วลงไปแช่น้ำกันก่อนเพื่อคลายร้อน
ท่าทางบังดีจะหิวข้าวมาก จัดแจงเอาเตาออกมาตั้ง สวมบทบาทพ่อครัว หุงข้าวทันที พอข้าวสุกแกก็ลงมาแช่น้ำก่อน บังหยกขึ้นจากน้ำไปตัดใบไม้มาล้างทำความสะอาดเพื่อใช้แทนจานข้าว
สักพักบังดีขึ้นจากน้ำจัดการทอดไข่เจียว เปิดปลากระป๋อง ต้มมาม่า แล้วเรียกทุกคนมาล้อมวงกิน ต่อด้วยต้มน้ำชงกาแฟ
ได้เวลากลับกันแล้ว ความสนุกทำให้ฟาอิซเพลีย ขึ้นยานปั๊บขอนอนทันที จัดท่าทางให้โดยเอาถุงนอนมารองหน้า ผ้าขาวม้ามัดตัวติดกับป๋า (แก้ปัญหาจากการนอนครั้งที่แล้วได้ แต่ก็เจอปัญหาใหม่คือมันต่ำไป)
หลับยาวมาจนเกือบจะถึงยะหริ่ง แยกกับบีงงดีตรงบ้านโต๊ะตีเต พวกเราต้องแวะละหมาดเลี้ยวยานเข้าไปในตัวมัสยิด นั่งพักที่ศาลาฝนก็พรำลงมาเราก็ปล่อยเวลาให้มันเดินไปเรื่อยๆ เพราะในเมืองฝนตกหนักอยู่
เสร็จจากศาสนกิจเราก็ปั่นกลับเข้าเมือง อีกหนึ่งกิโลเมตรจะถึงบ้าน ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักพร้อมกับลมพัดต้านเราให้ปั่นได้ช้าลง
จบทริปเข้าบ้านตัวเปียกปอนกัน อาบน้ำอาบท่า กินข้าว แล้วเข้านอนตามเวลา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น