ตอน อยากผูกเปลนอนเล่น
หลายทริปแล้วที่ออกไปมักจะไม่ค่อยได้ใช้เปลผูก ตั้งแต่ได้เปลจากลุงนัยให้มาตอนไปทริปบอกรักสวนกงครั้งที่ 4 เคยผูกแค่ครั้งเดียวที่อุทยานแห่งชาติเภตรา จ.สตูล แต่ได้นอนเล่นไม่นานเพราะฝนตก
ป๋าเลยชวนฟาอิซให้ปั่นจักรยานไปเอง เพื่อฝึกความอดทน และการทำงานกันเป็นทีม ไปผูกเปลนอนเล่นรับลมที่ท่าเทียบเรือร้างปัตตานี
เช้าวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2563 วันนี้ trash hero มีกิจกรรมเก็บขยะ เราตื่นสายไปไม่ทีน ฟาอิซเลยเลือกที่จะไปกางเปลนอนเล่น
เราออกจากบ้านด้วยจักรยานคนละคัน ใช้เส้นทางปั่นผ่านศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตัดเข้าถนนนาเกลือที่มีรถลาแล่นไปมาเยอะกว่าในเมือง ผ่านตลาดสะพานปลา
ถึงหัวโค้งใกล้หังหันลมไฟฟ้า แวะเพิงร้านขายอาหารเฉพาะมื้อเช้า ซื้อข้าวยำ ขนมปาแป และขอปันน้ำจากแม่ค้ามาหนึ่งขวด
ผ่านโรงงานปลากระป๋องสามแม่ครัว เลี้ยวขวาทางไปแพเบอร์ 4 ก่อนถึงท่าเทียบเรือจะมีรั้วกั้นห้ามบุคคลภายนอกเข้า และมีคนเฝ้าอยู่
ด้วยความที่เราเคยมาหลายครั้งแล้ว เราจึงทักทายกับคนเฝ้า แล้วปั่นเข้าช่องเล็กๆ ที่สองล้อพอเข้าไปได้
วันนี้มาถึงสายศาลาที่เราเคยนั่งมีรถมอเตอร์ไซค์ของนักหาปลาจอดอยู่ เราจึงเลือกแนวทางเดินที่มีหลังคา เป็นอีกที่ที่เราใช้เป็นพื้นที่ในทำกิจกรรมกัน
จัดการผูกเปลให้ฟาอิซเรียบร้อย ทดสอบน้ำหนักกันหน่อยเพราะลืมเชือกเส้นใหญ่ โชคดีที่ในกระเป๋ามีเชือกสำรองไว้ใช้ผูกของ
ในระหว่างที่ผูกเปล ป๋าก็ชื่นชมลูกในเรื่องการทำงานเป็นทีม ตลอด 5.3 กิโลเมตรที่อยู่บนท้องถนน ฟาอิซทำตามกติกาทุกอย่าง ตั้งแต่การใช้รอยเท้า จังหวะที่จะต้องเร็วและช้า การควบคุมการหายใจ และการใช้พลัง ทำให้ไม่มีการจอดพักระหว่างทาง
ทดสอบเสร็จฟาอิซก็ออกไปปั่นรถสำรวจรอบๆ สถานที่ เก็บเปลือกหอยนานาชนิดที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นจากการทอดแห หรือบางชนิดที่นักตกปลาเอามาใช้เป็นเหยื่อตกปลาแล้วทิ้งเปลือกมันไว้
ขยะที่นี่มีน้อยลงเพราะมีการจำกัดคนที่เข้ามา เคยมีวัยรุ่นเข้ามาเที่ยวเป็นก๊วนใหญ่แล้วมีการทะเลาะถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกายกัน
ได้เวลากินมื้อเช้า ฟาอิซนั่งลงเปิดข้าวยำเปิบด้วยมื้ออย่างเอร็ดอร่อย เป็นเด็กที่กินผักได้เก่งทีเดียว ตามด้วยขนมปาแป (คล้ายแพนเค้กโรยมะพร้าวขูด) ทั้งสองอย่างแบ่งคนละครึ่งกับป๋า
อิ่มแล้วก็ออกไปวิ่งเล่น เห็นคนทอดแหได้ปลานิลตัวใหญ่ ตื่นตามากเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ ป๋าเลยให้ลองถือปลา เหมือนเพลงที่เราชอบร้องกันเวลาฝนตก
"ฝนตกจั๊ก จั๊ก กางแขนไปตลาด มือซ้ายหิ้วปลา มือขวาหิ้วผัก พอถึงที่พัก วางทั้งผักวางทั้งปลา"
เรามาที่นี่เราได้เห็นวิถีชีวิตของนักล่าปลา ด้วยการทอดแห อวนล้อม อวนลุน และตกปลา
วิ่งไปวิ่งมาพอเหนื่อยก็กลับมานอนเปล สักพักก็เดินมากอดบอกรัก ป๋าก็บอกกลับเราสองคนกอดกัน เราทำอย่างนี้กันเป็นประจำ
เกือบสิบเอ็ดโมงเราก็ชวนกันกลับ เราปั่นผ่านกังหันลมไฟฟ้าเพื่อจะไปดูม้า ก่อนออกมาถนนหลัก ป๋าเห็นเพิ่งร้านส้มตำเปิด จึงแวะทักทายเพราะเจ้าของร้านเป็นลูกค้าประจำของป๋า สั่งน้ำอัดลมมาดื่มแก้กระหายกัน ถามไถ่ถึงสภาพตอนนี้ทำมาค้าขายเป็นยังไงบ้าง คำตอบที่ได้คือ ลูกค้าหายกันหมด
เราสองคนออกจากร้านสิบเอ็ดโมง ปั่นไปเรื่อยๆ ฟาอิซก็ยังคงรักษามาตราฐานที่ตัวเองทำไว้ตอนขามา เร็วเมื่อจำเป็นแล้วกลับมารักษารอบขาตัวเองให้เท่าเดิม
จนกลับมาถึงบ้านจอดจักรยานกันเรียบร้อยเราพักเหนื่อยให้เหงื่อหยุดไหลก่อน แล้วจึงไปอาบน้ำ เราสัญญากันจะมีกิจกรรมอย่างนี้อีกเมื่อฟาอิซต้องการ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น