ทริปนี้เกิดจากต้นเหตุความคิดถึงของบัง ด้วยเหตุที่บังหยิบเรื่องราวที่เขียนไว้บน www.bikewithson.com ตอน "กลางดง เจ็ดสาวน้อย" ไปเขียนรายงานส่งครูที่โรงเรียน ทำให้แรงกระเพื่อมของความคิดถึงของพวกเรามีมากถึงมากที่สุด บังเฝ้าเว้าวอนให้หม่ามี๊บอกให้ป๋ามากรุงเทพฯ อยากจะได้บรรยากาศแบบในเรื่องที่ส่งเขียน
ใกล้วันเดินทางข่าวพายุเข้าก็โถมเข้ามา ข่าวโควิดระลอกใหม่ก็โถมเข้ามาซ้ำ แต่ยังห่างไกลจากตัวเรา สองจิตสองใจอยู่หลายวัน สุดท้ายตัดสินใจเลือกเดินทาง เลือกที่จะเผชิญปัญหาเอา
กำหนดวันเดินทางครั้งแรกเป็นวันที่ 24 ธันวาคม 2563 แต่ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาออกข่าวเรื่องพายุเข้าไทยหนักในวันนั้น ทำให้หม่ามี๊เลื่อนตั๋วเดินทางมาให้ป๋าเป็นวันที่ 23 ธันวาคม 2563 แทน
เช้าวันเดินทางเราออกจากบ้านราวๆ 8 โมง เผื่อเวลาเดินทางไว้ก่อนเพราะเราต้องปั่นจักรยานไปต่อรถไฟที่สถานีโคกโพธิ์ ฝนตกระหว่างทาง ยางรั่ว หรืออุปสรรคอะไรก็แล้วแต่ เราจะได้มีเวลาเหลือให้คิดแก้ปัญหาได้ง่าย
แวะปั๊มหลังพ้นตัวเมืองเพื่อเติมน้ำตาล แล้วออกปั่นไปเรื่อยๆ ปั่นมาได้ราวๆ 16 กิโลเมตรช่วงบ้านดอนยาง เห็นถนนเปียกน้ำรีบมองหาร้านข้างทางถามหาเสื้อกันฝนตัวเล็กไว้เผื่อ แต่ก็หาซื้อไม่ได้สักร้าน ตัดสินใจปั่นไปต่อเรื่อยๆ มองไปข้างหน้าเห็นเมฆฝนทะมึนดำสลับขาวมัว
ปั่นจนมาถึงแยกนาเกตุ คิดว่าไม่น่าจะเจอฝนแล้วล่ะ พอเลี้ยวขวาไปได้ไม่นานฝนก็ปรอยๆ มองหาเพิงหรือชายคาบ้านไม่ค่อยมี เกือบกิโลเมตรที่ต้องตากฝนปรอยๆ จนเห็นมัสยิดมะกรูดจึงแวะเข้าหลบฝน
ที่มัสยิดแห่งนี้ชาวบ้านที่เฝ้าดูแลมัสยิดกุลีกุจอหาขนมและน้ำมาเลี้ยงต้อนรับ ต้มน้ำเพื่อที่จะชงกาแฟให้ป๋า เราพูดคุยกันระหว่างรอฝนหยุดถึงเรื่องทั่วๆ ไป มองดูเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเราเดินทางต่อด้วยรถไฟ ฝนหยุดตกเราก็ออกปั่นต่ออีกไม่ไกลนักก็ถึงตัวอำเภอโคกโพธิ์
ที่โคกโพธิ์มีงาน 100 ปีสถานีรถไฟ เราวนจักรยานไปดูหน้างานไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนักจึงไม่ได้แวะเข้าไปดู วนหาที่พิมพ์ตั๋วรถไฟออนไลน์ (มารู้ทีหลังว่าไม่ต้องใช้ก็ได้)
เที่ยงแล้วเราวนหาร้านขายไก่ทอด เพื่อซื้อเป็นเสบียง และหาร้านกินข้าว ร้านอาหารปิดเสียส่วนใหญ่ นึกขึ้นได้ว่ามีร้านหนึ่งที่เจ้าของสวนประมงอาสาพาไปกิน เราจึงปั่นไปร้านนั้นได้ทั้งกินข้าวเที่ยง ขนมหวาน และข้าวเหนียวไก่ไว้กินมื้อค่ำ
อิ่มกันเรียบร้อยมองดูนาฬิกา มีเวลาเหลืออีกราวสองชั่วโมงกว่า หันไปถามฟาอิซว่าอยากไปไหนต่อ ฟาอิซไม่อยากไปไหนแล้วอยากให้เข้าไปรอที่สถานีรถไฟเลย
กลับเข้าสถานีรถไฟ ลุงป้าที่อยู่ห้องสัมภาระเห็นเราก็ทักทายว่า "ไปกรุงเทพฯอีกแล้ว ไม่เห็นนานแล้วตัวโตขึ้นเยอะเลย " ผ่านการตรวจสแกนวัดไข้ ก็เช็คอินไทยชนะ แล้วเดินไปซื้อตั๋วจักรยาน ที่ห้องขายตั๋ว บังที่ห้องขายตัวเขาจำเราได้เอ่ยถามว่าถ้าอยากออกไปปั่นจักรยานอีกเดี๋ยวค่อยมาซื้อก็ได้ มันอีกนานกว่ารถจะเข้าสถานี ฟาอิซรีบตอบไม่ไปแล้วครับ
วันนี้รถไฟล่าช้ากว่าปกติมาก เสียงผู้โดยสารขบวนรถเร็วพูดคุยกัน ทำให้เราเตรียมใจได้ เข็นจักรยานมาจุดโบกี้ที่เราจะขึ้น ปลดสัมภาระทุกอย่างที่มีเก็บและมัดเพื่อสะดวกตอนยกขึ้น แล้วเข็นจักรยานไปส่งห้องสัมภาระ
กลับมานั่งเล่นกันสองคน เดินถ่ายรูปเพื่อส่งประกวดเล่นๆ ของกิจกรรม 100 ปีสถานีรถไฟ
สนุกกับการวิ่งถือธงที่มีสัญลักษณ์ตัวเอง วิ่งไปมา แก้เบื่อด้วยการตั้งกล้องเซลฟี่ทำหน้าทะเล้นกัน
ฟาอิซเริ่มหิวขอกินข้าวก่อนตอนอยู่ที่ร้านข้าวกินแต่ขนมหวาน ยังดีที่อาซื้อข้าวก้อน (นาซิตีเนะ) มาให้ตอนเช้าไว้เผื่อกินกลางทาน
บ่ายสองเริ่มเหนื่อยและง่วง ป๋าเลยให้นอนบนเก้าอี้ กอดแขนป๋าไว้หลับไปนานเหมือนกัน
ตื่นมาบ่ายสามโมงถามว่า ขบวนรถเรายังมาไม่ถึงเหรอ คิดถึงบังกับหม่ามี๊แล้ว นั่งนับเวลาจนคนรอบข้างอมยิ้มแถมบอกว่าตื่นมายังไม่หยุดพูดเลย ขบวนอื่นล่าช้าไปสองชั่วโมง ส่วนขบวนเราช้าไปจากกำหนด 50 นาที
ขบวนรถมาถึงสถานีเกือบหกโมง เรารีบขึ้นไปหาที่นั่ง คนดูแลตู้จำฟาอิซได้ ทักทายฟาอิซแล้วถาม จะให้จัดเตียงให้เลยไหม เขาก็จัดเตียงให้เราเลย
ใกล้ๆ เรามีเด็กสาวน้อยรุ่นราวคราเดียวกันกับฟาอิซ ส่งยิ้มมาให้พร้อมทักทายกัน
รถเคลื่อนขบวนออกไปจนถึงสถานีหาดใหญ่ ขบวนที่เรานั่งไม่มีตู้เสบียง แม่ค้าที่สถานีมาเร่ของขาย มีข้าวเหนียวไก่ และขนมขบเคี้ยวเล่น เลยซื้อเพิ่มเป็นเสบียงไว้กินตอนเช้า
เช้าของวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ตื่นขึ้นมาก็ถามว่าเหลืออีกกี่สถานีจะถึงบางซื่อ เราก็ไล่เรียงให้ฟังเท่าที่จำได้ หัวหิน ชะอำ เพชรบุรี ราชบุรี บ้านโป่ง นครปฐม ศาลายา บางบำหรุ แล้วก็บางซื่อ
โชคดีที่เราตุนเสบียงไว้ บนรถจะมีขายแต่กาแฟ โอวัลและน้ำ ไม่มีอะไรที่เราจะหาซื้อเพิ่มได้ ข้าวเหนียวไก่เราแบ่งกินคนละครึ่ง ต่อด้วยโอวัลติน กาแฟ
ขบวนรถแล่นมาถึงสถานีศาลายา เราก็เตรียมจัดของ ซักซ้อมตอนลงและแบ่งหน้าที่กันถือ ถึงบางบำหรุเราก็หยิบหมวกมาใส่ แล้วเดินไปรอที่ใกล้ประตูทางลง
บ่ายโมงเรามาถึงสถานีบางซื่อ ลงจากรถก็เดินไปหาจักรยาน จัดแจงประกอบสัมภาระเข้ากับจักรยานเรียบร้อย
ออกปั่นข้ามสะพานข้างตึก SCG เช้าเลียบคลองประปา แวะซื้อน้ำและขนมที่ร้านสะดวกซื้อ ปั่นไปตามเลียบคลองประปาติดไฟแดงแยกวงศ์สว่าง วันนี้รถไม่มากนักอาจจะเพราะใกล้ปีใหม่ มาเลี้ยวขวาที่แยกงามวงศ์วาน แล้วข้ามสะพานตรงเกษตร เข้าสู่ถนนตอหม้อ ฟาอิซก็ถามเมื่อไหร่จะถึงบ้านเราครับป๋า
แยกไฟแดงไมยราบรถเยอะต้องเลี้ยวเข้าห้างที่อยู่แถวนั้น แล้วซอกแซกออกกลับมาถนนใหญ่อีกครั้ง ก่อนถึงบ้านเรารถลาเริ่มเยอะ
มาถึงบ้านเราเกือบบ่ายสาม ทุกคนดีใจกันมากที่ได้เจอกัน กอดกันทั้งๆ ที่เราสองคนเหม็น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น