เป็นคำถามที่ก้องขึ้นมาในหัวของป๋า ขณะที่ฟาอิซยังหลับอยู่ในอาคารละหมาด
สถานที่ใกล้ๆ สวนสัตว์ บ้านพักของสวนสัตว์คืนละ 500 บาท ระหว่างทางเข้าเมืองก็มีค่ายลูกเสือธนรัตน์
แต่ก่อนหน้านั้นเราคุยกันแล้วจนได้ข้อสรุปว่า
"ฟาอิซอยากกางเต็นท์ที่ไหนดีคืนนี้" คำตอบที่ได้คือ
อีกอย่างป๋าจะได้ใช้เวลาสำรวจย่านเมืองเก่าสงขลาเผื่อไว้มาเที่ยวคราวหน้าด้วย
บ้านพักสวนสัตว์จำเป็นต้องพับความคิดไว้เพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา ไลฟ์สไตล์เราคือแก้ปัญหาระหว่างการเดินทาง
ฟาอิซตื่นนอนเราก็ชวนกันลงจากสวนสัตว์
ระหว่างทางก็ได้มองหาที่พักสำรองที่กางเต็นท์ได้ไว้ (ผ่านค่ายลูกเสือธนรัตน์) เป็นทางเลือก
จุดแรกที่เราจะแวะในตัวเมืองสงขลาคือแวะเยี่ยม คุณต่าย แห่งร้านสงขลา ไบค์ทัวร์ ที่ถนนนครใน
ระหว่างทางเราก็ใช้วิธีดั้งเดืมคือกูถามตลอด (กูเกิ้ลมันเปลืองแบต) ปั่นเข้าถนนพัทลุงมาโผล่เห็นป้ายโตๆ Songkhla old town แวะเวียนถ่ายรูปกันก่อน ภาพไหนมีเราสองคนก็คือนักศึกษาที่แวะมาเที่ยวช่วยถ่ายภาพให้ แวะไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง









มาถึงร้านสงขลา ไบค์ทัวร์ ด้วยความที่ฟาอิซยังไม่ค่อยสดชื่น แม้คุณต่ายจะใช้วิธีไหนก็ตามก็ไม่ยอมเล่นด้วยแต่ยอมเข้าไปนั่งในร้าน จนกระทั่งช่างจับเครื่องมือฟาอิซก็เริ่มขยับตัวคอยสังเกตการณ์ ฟาอิซค่อยๆ สดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น
คุณต่ายเชื้อเชิญให้นอนค้างแรมที่ร้าน สำหรับป๋าไม่มีปัญหาแต่ต้องถามฟาอิซก่อน
"นอนที่นี่ไหมลูก มีที่นอนนุ่มสบาย มีแอร์ด้วย"
"ไม่เอา จะนอนกางเต็นท์ที่ชายทะเล"
ขนาดคุณต่ายพาไปดูห้องนอนแล้วชี้ให้ดูว่ามีแอร์ด้วย ยังได้คำตอบเช่นเดิม คือยังยืนยันที่จะไปนอนกางเต็นท์ที่ชายทะเล สุดท้ายป๋าก็ต้องยอมตามใจฟาอิซ
เราสองคนนั่งคุยเล่นที่ร้านคุณต่ายสักพักใหญ่ก็ขอตัวเดินทางไปหาชายทะเลที่จะกางเต็นท์นอนกัน ปั่นวนถนนนครอีกรอบเพื่อก็บภาพและดูพระอาทิตย์ตกที่โกดังแดงกันก่อน







รอพระอาทิตย์ลับขอบภูเขาหายไปเราก็ออกปั่นไปยังชายหาดสมิหลา ตั้งใจว่าจะกางเต็นท์นอนกันที่นี่ สอบถามผู้คนและแม่ค้าในละแวกนั้นก็บอกว่ากางได้ จะให้ดีไปถามป้อมตำรวจท่องเที่ยวดีกว่า พอดีมีพี่นักปั่นจากทีมบ่อยางสงขลาแนะนำว่าให้ไปกางที่หาดชลาทัศน์ที่นั่นมีตำรวจเข้าเวร 24 ชั่วโมง ให้เราปั่นเลาะชายหาดไปเลย
เราสองคนก็ออกปั่นเลาะตามแนวชายหาดไป

ระหว่างทางแวะซื้ออะไรกินรองท้องกันไปก่อน พอเจอป้อมยามตำรวจเราก็ถามทุกอย่างที่เราอยากรู้ กางเต็นท์ได้ไหม ห้องน้ำเข้าได้ไหม ตลาดที่ใกล้อยู่ตรงไหน พี่ตำรวจให้ข้อมูลกับเราทุกอย่างตามที่เราถาม
ตลาดกลางคืนหน้าวชิราห่างจากเราอยู่ 300 เมตร ห้องน้ำเปิดถึงเที่ยงคืนอยู่ด้านหลังป้อม เวร 24 ชั่วโมงอยู่เลยถัดไป 50 เมตร มีความปลอดภัยอยู่ในระดับ 99%



ได้ข้อมูลทุกอย่างเรียบร้อย สิ่งแรกที่เรารีบทำคือปั่นไปเติมพลังงานที่ตลาดกลางคืนวชิรา กันก่อน
มองหาร้านอาหารที่ฟาอิซชอบคือร้านข้าวหมกไก่ แต่แปลกที่นี่ร้านส่วนใหญ่ขายแบบ take home พอป๋าถามหาเก้าอี้นั่งเขาบอกไม่มี
บังร้านข้าวหมกถามพวกเราว่า
"มาจากไหน แล้วกำลังจะไปไหน"
"เราสองคนมาจากปัตตานี ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มาเที่ยวสวนสัตว์ คืนนี้จะค้างกันที่ชายหาดชลาทัศน์ มากันสองคนครับ"
พอได้คำตอบจากเรา บังรีบเคลียร์โต๊ะหลังร้านเพื่อแบ่งส่วนให้เรานั่ง และตักข้าวหมกปริมาณเท่ากับสองคนกินมา 1 กล่อง (ไก่สองชิ้นใหญ่) พร้อมช้อนให้เรา เราสองคนนั่งกินไปคุยไปกับบังถึงเรื่องราวของการเดินทางที่ผ่านมาของเรา ดูสีหน้าบังแล้วถึงกับอึ้งในความอดทนของฟาอิซ
กว่าจะหมดกล่องได้เล่นเอาป๋าจุกเลย ฟาอิซก็กินเข้าไปเยอะเหมือนกัน ทุ่มครึ่งแล้วเรายังไม่ได้หาที่กางเต็นท์เลย ลุกขึ้นจะจ่ายเงินบังบอกว่าไม่เป็นไรมื้อนี้เขาเลี้ยงเอง เขาบอกว่าอยากเลี้ยงฟาอิซ




ป๋ารีบปั่นกลับมาที่ป้อมตำรวจ พวกเรารีบอาบน้ำให้สบายตัวกันก่อนเพราะเหนียวตัวมาก อาบน้ำเสร็จตำรวจคนเดิมที่ให้ข้อมูลเดินมาถามป๋าว่า
"กางเต็นท์แล้วยัง"
"กำลังจะไปกางครับ" ป๋าตอบ
ป๋าเข็นรถจักรยานข้ามถนน เข็นไปกลางลานสาธารณะ แล้วปลดสัมภาระต่างๆ ออก แล้วชวนฟาอิซมาสร้างบ้านใหม่สำหรับคืนนี้ สร้างเสร็จเราก็เอาสิ่งของเข้าเต็นท์ มัดจักรยานไว้กับเต็นท์ ฟาอิซเดินวิ่งเล่นสักพักก็ขอเข้าไปนอน
ดึกๆ มีผู้คนทยอยกันมานั่งล้อมวง บ้างก็มีกีต้าร์ บ้างก็มีเครื่องดื่มพร้อมกับแกล้มมา เยอะแค่ไหนเราก็ไม่สนใจกัน ด้วยความเพลียทำให้เราหลับสนิท มาได้ยินเสียงตอนใกล้สว่างยังมีคนนั่งเล่นกีตาร์ร้องเพลงกันอยู่แต่เสียงไม่ดังขนาดรบกวนโสตประสาทของเราสองคนได้




05:30 น. ป๋าตื่นขึ้นมาก่อนเล็กน้อย ฟาอิซตื่นตามมาทีหลัง เราพากันเดินไปล้างหน้าล้างตา และต้มน้ำชงกาแฟใกล้ป้อมตำรวจ เพราะไม่อยากทำลายพื้นหญ้าสาธารณะ พอต้มเสร็จก็มาเปิดนมกล่องให้ฟาอิซ เรานั่งกินกันพอฟ้าสว่างฟาอิซขอตัวไปเล่นทรายทะเล ป๋าก็ทยอยเก็บของเตรียมตัวย้ายที่ให้ฟาอิซเล่นน้ำทะเล






เช้านี้ป๋าต้องปั่นย้อนกลับพาฟาอิซไปเล่นน้ำทะเลที่หาดสมิหลา ให้เวลาเล่นได้ไม่เกินชั่วโมง เพราะวันนี้ป๋าต้องปั่นระยะทางทั้งหมด 117 กิโลเมตร
เล่นเสร็จแล้วเราก็ไปอาบน้ำที่ร้านณัชชาของฝาก บังที่ร้านใจดีให้ขนมปังฟาอิซกินระหว่างเดินทาง และยังให้เสื้อกับฟาอิซอีกหนึ่งตัวเป็นของขวัญสำหรับคนเก่ง

ช่วงเช้านี้เรายังคงใช้เวลากับการสำรวจเมืองสงขลาเพิ่มเติม ปั่นพาฟาอิซไปดูพญานาคพ่นน้ำที่สวนสองทะเล ระหว่างทางเจอ Aquarium ฟาอิซอยากดูแต่มันเปิด 11:00 ถ้ารอดู เราสองคนต้องนอนค้างระหว่างทางอีกหนึ่งคืน ป๋าขอติดค้างเอาไว้มาดูคราวหน้าก็แล้วกัน







เส้นทางปั่นกลับป๋าจะใช้เส้นทางเลียบชายทะเลปั่นกลับเพื่อเลี่ยงรถใหญ่ เริ่มต้นจากสวนสองทะเล ผ่านหาดสมิหลา หาดชลาทัศน์ (ที่เรากางเต็นท์นอนคืนที่สอง)
แวะกินข้าวเช้าตอนเก้าโมงที่เก้าเส้ง อิ่มท้องเราก็เริ่มเดินทางต่อขากลับมีแรงต้านจากลมไม่มากนัก เห็นชาวบ้านวางผลไม้ขายฟาอิซให้แวะซื้อเงาะ (ของโปรด)
ออกปั่นไปพักไป แวะเล่นเครื่องเล่นที่สวนสาธารณะบ้านบ่ออิฐ ป๋าก็ถือโอกาสพักขาไปด้วย ฟาอิซเล่นเครื่องเล่นเสร็จขอต่อเวลาด้วยการเล่นทรายอีกหน่อย




ออกจากบ่ออิฐฟาอิซก็หลับ ปั่นมาได้สักระยะสิบกว่ากิโลเมตร แวะจอดร้านกาแฟเพราะแดดมันร้อนมาก ขอพัดลมมาเป่าเพื่อให้ฟาอิซได้หลับต่ออีกสักหน่อย ป๋าก็นั่งเฝ้าพร้อมจิบน้ำหวานเย็นๆ เราพักอยู่ร้านกาแฟเกือบชั่วโมง ฟาอิซก็รู้สึกตัวตื่นบอกให้เดินทางต่อ


วันนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษแต่ยังโชคดีที่มีแรงลมคอยช่วยดันหลัง เรากลับมาแวะชื่นชมความงามของหาดบ้านสวนกงอีกครั้ง รู้สึกชอบบรรยากาศของหาดนี้ คราวหน้าเราอาจจะกลับมาที่นี่อีกครั้งแบบเจาะลึก ที่นี่มักจะมีกิจกรรมดีๆ ของชาวบ้านนักอนุรักษ์เสมอ








เราแวะกินมื้อเที่ยงตอนบ่ายสามโมงที่โค้งปากบาง สะกอม ก่อนที่จะแวะเล่นน้ำทะลที่ชายหาดตรงพรุหลุมพีกันอีกรอบ ที่นี่มีผู้คนแวะเล่นเยอะมากเพราะเป็นจุดพักรถ เราเล่นกันจนฟ้าเกือบจะมืด









ออกจากพรุหลุมพี ตะวันคงจะลับขอบฟ้าบนทางหลวงแน่ๆ ต้องแวะปั๊มเปลี่ยนถ่านให้ไฟรถสว่างชัด และเติมพลังงานเพิ่มเติมอีกหน่อย ช่วงนี้เป็นช่วงที่ห่างจากทะเล มีแรงต้านของลมน้อย ป๋าสามารถที่จะทำความเร็วได้ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลมเริ่มเย็นๆ จอดใส่แจ็กเก็ตให้ฟาอิซ พร้อมเก็บภาพตะวันที่คล้อยต่ำบนทางหลวง
เรามาถึงดอนยางทุ่มครึ่ง แวะพักขาก่อนปั่นกลับเข้าเมืองกัน

จบทริป 3 วัน 2 คืน ด้วยระยะทางจากกูเกิ้ลแผนที่คือ 227 กิโลเมตร (ปั่นจริงมากกว่า 250 กิโลเมตร) เราถึงบ้าน 20:10 น. ตามเวลาที่วางไว้พอดี

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น