สัญญาที่ให้กันไว้กับซาฟิรว่า เราจะมีกิจกรรมที่เต็มรูปแบบ bike & camping ทุกๆ ปิดเทอม และจะชดเชยของปิดเทอมครั้งที่แล้วที่ป๋าไม่ว่างรวมกันกับครั้งนี้ด้วย
“การตื่นนอนเช้าก่อนตะวันขึ้นเป็นสิ่งที่ควรกระทำในการเดินทางท่องเที่ยว หากอยากจะตื่นนอนสายก็ไม่ควรที่จะออกจากบ้านมาตั้งแต่ต้น”
พวกเรานั่งเสพบรรยากาศของธรรมชาติ ทั้งแสง สี เสียง มากันครบ ซาฟิรมีคำถามทุกคนก็มีคำตอบให้
แสงตะวันเริ่มแรง หมอกอ่อนๆ เริ่มจางหาย ก็ได้เวลาที่พวกเราจะเดินสำรวจตามเรื่องเล่ากัน เริ่มต้นที่หน้าผาด้านหน้าที่เรานั่งอยู่ บังดีกับบังเจ้าหน้าที่ที่นอนค้างเป็นเพื่อนเราเมื่อคืนออกเดินสำรวจหาทางลงไปยังถ้ำนางแก้ว (ถ้ำคนธรรพ์)
“เรื่องเล่ามีอยู่ว่าในอดีตนางแก้วผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำที่เขาแห่งนี้ ได้ให้ชาวบ้านยืมจาน ชาม และของใช้ต่างๆ เพื่อใช้ในงานบุญ บ้างก็ไม่เอามาคืน บ้างก็คืนมาไม่สมประกอบคือแตกหัก ทำให้นางแก้วโกรธ และปิดปากถ้ำให้แคบลงเพื่อไม่ให้ชาวบ้านมายืมอีก ปัจจุบันก็ยังมีร่องรอยของปากถ้ำให้เห็น”
ซาฟิรอยากเดินลงไปสำรวจ ป๋าเลยต้องเดินตามลงไปอีกคน พวกเราเดินหาทางลงไปยังถ้ำไม่เจอจึงเปลี่ยนทิศทางย้อนกลับขึ้นมา ไว้คราวหน้าค่อยมาสำรวจถ้ำกันใหม่
ที่เขาแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำเล็กๆ ที่บางบ่อมีน้ำทั้งปี และมีต้นลั่นทม (ลีลาวดี) อายุนับร้อยปีอยู่ กิ่งก้านของต้นแข็งแรงมากรับน้ำหนักบังดีที่ปีนป่ายได้ดีเนื้อไม้แข็งมาก และที่นี่ยังมีสุสานคนจีนที่ไม่ทราบว่ามาจากไหน เชื้อชาติไหนอีกด้วย
บ่อนี้มีฟองอากาศของกบภูเขาอยู่
ความแข็งของต้นลั่นทมรับน้ำหนักของบังดีได้
บ่อสุดท้ายที่เราเจอ อยู่ด้านจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก
รูที่ถูกเจาะไว้ เพื่อใส่ดินระเบิด เคยมีคนคิดจะระเบิดภูเขา
เดินสำรวจรอบๆ จนครบตามที่ต้องการ ได้เหงื่อและเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมจากการมาเที่ยวในครั้งนี้ ได้เวลาเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าและอาบน้ำ เช้านี้ก็เช่นเดิมซาฟิรกับป๋าอาบกลางแจ้งเหมือนเดิม
พวกเราเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกเสร็จเรียบร้อยก็ลงจากเขา ซาฟิรกับป๋าลงมาก่อน บังดีตามลงมาทีหลัง มื้อเช้าเราแวะทานร้านที่ชาวบ้านแนะนำ ก่อนจะออกเดินทางเข้าเมืองยะลาแวะหาสหายทัวร์ริ่ง
ข้าวไม่กิน กินแต่ขนม เจอของโปรด
มีต่อ ตอนที่ 4 (ระหว่างทางกลับ)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น