
14 มกราคม 2017 กระเตงลูกปั่น ขึ้นรถไฟ เที่ยววันเด็ก (ไปเกาตูด)
ห่างหายไปนานจากการออกทริป จะด้วยเหตุอันใดก็ตาม เรายังคงคิดถึงบรรยากาศแบบนี้เสมอ ถ้ามีเวลาและโอกาสเราจะไม่ยอมพลาดมันเลย
ครั้งนี้ได้รับการชวนจากอาโอ และอาโต้ง ป๋าเอาเรื่องที่อาทั้งสองชักชวนไปเล่าให้ซาฟิรฟังก่อน และถามซาฟิรว่า
"ซาฟิรจะไปไหม bike and camping"
ซาฟิรทำท่าครุ่นคิด แล้วหันมาตอบว่า
"ไปครับป๋า ไปเดี๋ยวนี้เลยไหม"
"ใจเย็นๆ ครับ อีกสองอาทิตย์นะครับ" ต้องค่อยๆ พูดถึงเรื่องกางเต็นท์นอนทีไรก็จะให้ไปทันที
14 มกราคม เป็นวันเด็ก เป็นวันที่เรานัดกัน เสียงลูกเดินลงบันได พร้อมตะโกนเสียงดังลงมาจากชั้นบน
"ป๋า ตีห้าครึ่งแล้วนะ (ป๋ายังไม่ตื่น) เดี๋ยวก็ไม่ทันรถไฟหรอก"
เราสองคนพ่อลูกรีบกุลีกุจออาบน้ำกันอย่างรวดเร็ว ม่ามี้คอยลุ้นพวกเราอยู่
หกโมงเช้าออกจากบ้าน ปั่นมาถึงสถานีบางเขน หกโมงยี่สิบแปด เรามาก่อนเวลารถเทียบชานชลาหนึ่งชั่วโมง ซาฟิรตื่นเต้นมากที่จะได้เดินทางผจญภ้ยในรูปแบบที่ตัวเองชื่นชอบ
ระหว่างที่รอเวลา นั่งก็แล้ว เดินก็แล้ว คุยก็แล้ว เล่นก็แล้ว อีก 15 นาทีก็จะถึงเวลาเดินทางด้วยรถไฟ ได้ยินเสียงตามสายประกาศ ขบวนรถที่จะออกจากสถานีต้นทางหัวลำโพงยังไม่สามารถออกมาได้ เหตุเพราะว่ามีรถตกรางอยู่ ออกจากต้นทางเมื่อไหร่จะประกาศให้ผู้โดยสารทราบ เซ็งไปตามๆ กันเลย


เราสองคนพากันเดินเล่นรอบๆ สถานี หาอะไรเล่นเพื่อไม่ให้เวลาสูญเปล่า ให้มีความสนุกเป็นตัวนำ ได้ตัวช่วยกลุ่มพี่ผู้หญิงที่จะไปเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธ์มาร่วมเล่นด้วยทำให้ลูกไม่เซ็ง
วิ่งมาชวนป๋าเล่น boxing






8:50 รถไฟขบวน 135 กรุงเทพ-อุบลราชธานี จะเข้าเทียบชานชลาที่ 2 เสียงตามสายที่เราได้ยิน เราสองคนหยุดเล่นทันที และเดินกลับมารอที่จุดตู้สัมภาระจอด เพื่อยกจักรยานขึ้นก่อน แล้วเราเดินขึ้นตู้โดยสารที่ติดกับตู้สัมภาระ
ที่นั่งของเราที่อาโอจองให้เป็นตู้ชั้นสอง อยู่ตู้สุดท้ายของขบวน เราต้องเดินผ่านหลายตู้เลยกว่าจะถึง ระหว่างทางอาโอก็เดินมารับเพื่อช่วยป๋าดูแลซาฟิรระหว่างเดิน
ซาฟิรเคยเจออาโอมาสามครั้งแล้ว ครั้งแรกเจอกันที่บางกระเจ้าโดยบังเอิญ ครั้งที่สองงานแต่งอาโต้ง ครั้งที่สามงาน car free day 2016 แต่ยังไม่คุ้นเคยกัน เพราะทั้งสามครั้งไม่มีเวลาสร้างความสนิทสนม เจอกันครั้งนี้มีเวลาทำความรู้จักกัน

หลังจากที่ทำความรู้จักกันแล้ว เห็นซาฟิรเอาโทรศัพท์อาโอมาดู การ์ตูนเหรอไม่ดูหรอก ซาฟิรบอกว่าอาโอมี sky map ด้วย
ป๋ารู้ว่าซาฟิรชอบดูเรื่อง solar system เลยไม่ห้าม ซาฟิรเป็นคนที่เข้าากับคนอื่นได้ง่าย ใช้เวลาไม่นานสร้างความสนิทสนมกัน รถแล่นไปได้สักพัก ซาฟิรก็จะถามเวลามันจอด ถึงไหนแล้วเหรอ ถึงมวกเหล็กแล้วยัง ป๋ากับอาโอต้องคอยสลับกันตอบคำถามซาฟิรตลอด พากันไปชมวิว ชมนกชมไม้ ริมหน้าต่าง







เราพากันเดินไปหาที่ยืนริมหน้าต่าง ชวนซาฟิรดูทิวทัศน์สองข้างทางที่เราผ่าน ทุ่งนาเขียวๆ กลุ่มนกกินหอยปูปลา และเอาหน้ารับลมเย็นๆ
รับลมชมวิว รางรถไฟ ท้องทุ่งนา แล้วก็นก



ผ่านไปสามชั่วโมง 11:45 รถขบวนเราก็มาถึงที่หมายคือสถานีมวกเหล็ก นัดเจออาโต้งที่นี่เพื่อฝากเต้นท์ และอาโต้งจะขับรถนำในช่วง 10 กิโลเมตรแรก หลังจากนั้นก็จะร่วมปั่นกับเรา


จุดหมายแรกหลังจากลงรถไฟ คือน้ำตกมวกเหล็ก 1 ชั่วโมงสำหรับแวะให้ซาฟิรเล่นน้ำ ระยะทางไม่ไกลเลยห่างจากสถานีรถไฟแค่ 1.29 กิโลเมตร เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ในเขตตำบลพญาเย็น


จัดการจอดจักรยานที่ป้อมทางเข้าน้ำตก โดยมีพี่เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูแลให้ พวกเราก็หายกังวลกับการกปล่อยจักรยานให้อยู่ห่างกาย เดินเท้าไปน้ำตกราวๆ 300-400 เมตร


หนาวสั่นจนเป็นที่พอใจของซาฟิร อาบน้ำเปลี่ยนชุด ลงมือกินมื้อเที่ยงแบบง่ายๆ ข้าวเหนียวไก่ย่าง ตบท้ายด้วยไอศครีม 1 แท่ง พวกเราก็พร้อมออกปั่นกันเพื่อไปยังที่พัก ที่เราจะกางเต้นท์พักคืนนี้เป็นบ้านของพ่ออาโต้ง
ช่วงแรกอาโต้งขับรถนำทางก่อน อาโอกับเราออกปั่นตั้งแต่น้ำตกมวกเหล็ก
ปั่นกันออกมาได้ระยะไม่ไกลซาฟิรก็หลับ คงเป็นเพราะได้เวลานอนบวกกับความเหนื่อยในการปล่อยพลังที่น้ำตกมา
ช่วงเนินชันจักรยานอาโอมีปัญหาเล็กน้อย ใช้เกียร์ต่ำสุดไม่ได้ ต้องจอดเช็คพบว่าสายมันหย่อน พวกเราไม่มีใครซ่อมเป็นก็เลยต้องให้อาโอปั่นกันไปตามสภาพ ปั่นขึ้นไม่ได้ก็เข็นเอา



พวกเราปั่นกันต่อไปจนถึงจุดที่อาโต้งต้องลงมาปั่น แล้วให้อาเกียง (ภรรยาอาโต้ง) ขับรถกลับไปรอที่บ้านพัก

รออาโต้งแต่งตัวประกอบรถเสร็จแล้วพวกเราจึงออกปั่นกันไปเรื่อยๆ กินลมชมวิว เมื่อยเหนื่อยเราก็พักขากัน เนินบางเนินไม่ชันมากแต่ยาว บางช่วงก็จะปั่นยากเพราะหินลอย


อากาศเริ่มอบอ้าว ป๋าเริ่มร้อนและเมื่อยกล้ามเนื้อนิดหน่อย ตรงจุดนี้ป๋าต้องหยุดปั่นคลายกล้ามเนื้อเล็กน้อย ก่อนจะปั่นขึ้นเนินอีกครั้ง ภายหลังเนินนี้ป๋าตั้งชื่อมันว่า “เนินกล้วยตาก” เพราะเราปั่นขึ้นไปกินกล้วยตากที่อาโอเตรียมมา


เพิ่มพลังงานกล้วยตาก และนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยพักเหนื่อยกันเป็นที่พอใจแล้ว เราก็ไปต่อโดยมีจุดหมายเพิ่มคือร้านค้า เราต้องการอะไรหวานๆ เพิ่ม เพราะอากาศทำให้พลังงานเราลดลง เราดีใจที่เจอร้านค้าแต่ว่า ไม่มีอย่างที่เราคิด น้ำแข็งก็ไม่มีที่ร้านไม่เคยสั่งน้ำแข็งมาขาย ป๋ากับอาๆ ได้สปอนเซอร์คนละขวด ซาฟิรได้น้ำแดง
ด้วยความที่ป๋าพาซาฟิรออกพบปะผู้คนบ่อยๆ ทำให้ซาฟิรมีความกล้าเวลาเจอผู้คนซาฟิรก็จะทักทายสวัสดี แล้วคุยถามทุกเรื่องราวที่อยากรู้
วันนี้ซาฟิรเห็น ขนุนอ่อน (มันคือ Jack fruit ที่ซาฟิรรู้จักนั่นแหละ) ซาฟิรมีความสงสัยว่ามันใช้ทำอะไร ซาฟิรถามคุณยายที่ขายของ ก็ได้รับตำอธิบายที่ชัดเจน
พวกเราขอซื้อน้ำดื่มจากคุณยาย คุณยายมีน้ำใจให้น้ำดื่มเราเติมฟรี ได้เวลาเราก็ออกปั่นต่อ เพราะเหลือระยะทางไม่ไกลแล้วที่จะถึงที่พัก

ออกมาจากร้านคุณยายเราก็เจอเนินขึ้นยาวๆ อาโอกับอาโต้งถึงกับหมดแรงพากันเข็น ส่วนป๋าต้องจอดเพื่อพักขา ตอนแรกก็ว่าจะเข็นแต่น้ำหนักซาฟิรกับจักรยานหนักกว่าที่ป๋าจะเข็นขึ้นได้ ต้องใช้วิธีปั่นขึ้นเรื่อยๆ แทน
หลังจากที่ปั่นขึ้นเนินนี้แล้วพวกเราก็หลงทาง จ้ะเอ๋กับฝูงเจ้าถิ่นพากันเห่าต้อนรับ แถมอาโต้งจำทางกลับที่พักไม่ได้ ต้องอาศัยปากถามทางกับชาวบ้าน พวกเราต้องย้อนกลับลงมา
ทางที่เราปั่นบางช่วงบางตอนปั่นยากเพราะเป็นทางหินลอย ยิ่งขาลงแล้วละก็ต้องค่อยๆ ประคองรถไม่ให้เร็ว เพราะถ้าสะดุดมีหวังล้มแล้วอาจจะบาดเจ็บถึงขั้นอดปั่นต่อ



ถึงที่พักไม่ค่ำ ซาฟิรรบเร้าให้กางเต้นท์ ทุกคนช่วยกันกางให้ เสร็จเรียบร้อยเราก็ทานมื้อค่ำกัน อาหารมื้อค่ำเราไม่ต้องเตรียม เพราะคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย (พ่อแม่อาโต้ง) เตรียมไว้ให้แล้ว มีเกาเหลาเนื้อ กุ้งหมึกเผา ขนมนมเนยรวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ
ป๋าไม่ได้เก็บภาพของกินเพราะมัวแต่กิน ซาฟิรเข้ากันได้กับทุกคน สารพัดคำถามที่ถามไปทำให้ทุกคนไม่เบื่อ อากาศก็ไม่หนาวมาก ป๋าปล่อยให้เล่นจนถึงสองทุ่ม เราก็พากันไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวเข้านอน

ที่พักเรามีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นดี แดดอ่อนๆ ตอนเช้า ลมเย็นสบาย ซาฟิรตื่นเช้ากว่าอยู่บ้าน คุณย่าชงโอวัลตินมาให้กิน ออกไปเดินชมไร่กาแฟ ชมนกชมไม้กับอาโต้ง พูดคุยกับชาวบ้านที่พบปะ


หลังมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ รอเวลาปั่นกลับไปขึ้นรถไฟ เราออกจากที่พักสิบโมงกว่าๆ รถไฟออกจากมวกเหล็ก บ่ายสองโมงครึ่ง ขากลับมีป๋ากับอาโอต้องปั่นกลับ อาโต้งขับรถนำทางไปส่งที่สถานีรถไฟ อาโต้งต้องขับรถกลับกรุงเทพ
เราสองคนปั่นออกมาก่อน เพราะจะแวะร้านค้าซื้อขนมเพิ่ม นั่งเล่นรออาโอที่หน้าร้านค้ากัน



ป๋าได้รูปแล้ว ซาฟิรได้อมยิ้ม ความสุขได้กันทุกคน เราก็พร้อมออกเดินทางต่อ สถานีรถไฟคือเป้าหมาย ปั่นออกมาได้สักพัก อมยิ้มหมด แบตซาฟิรก็หมดตาม ซาฟิรชำนาญในการนอนบนจักรยานมากที่สุดในโลกคนหนึ่งก็ว่าได้ รู้จักหลบแดด จอดให้นอนไม่ได้เพราะซาฟิรจะอ้างว่ามันร้อนให้ป๋าปั่นไปเรื่อยๆ

บ่ายโมงสิบเอ็ดนาที พวกเรามาถึงสถานีรถไฟมวกเหล็ก จัดแจงจองตั๋วรถไฟและฝากจักรยานไว้กับนายสถานี เพื่อเดินไปหามื้อเที่ยงกินกันก่อน รถเที่ยวนี้ไม่มีตู้สัมภาระให้เหมือนขามา จัดการมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อย เหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีขบวนรถไฟที่เราจะต้องนั่งกลับจะมาเทียบชานชลา
ระหว่างนั่งรอซาฟิรเป็นขวัญใจของสาวๆ ที่ได้พบเจอ กลุ่มนี้เลี้ยงไอศครีมลูกด้วย
บ่ายสองโมงสี่สิบแปด รถไฟขบวนอุบลฯ-กรุงเทพก็มาเทียบชานชลาที่สอง อาโต้งรอส่ง ป๋ากับอาโอช่วยกันยกจักรยานขึ้นทางหน้าต่าง เที่ยวกลับนี้สัมภาระต้องถอดออกจากจักรยาน เที่ยวนี้เรานั่งชั้นสามไม่ต้องเดินไกล ที่นั่งตรงไหนว่างเรานั่งได้เลย
เจอลุงๆ ป้าๆ กลุ่มจักรยานพับที่ไปบริจาคของวันเด็กที่โรงเรียนบนเขาใหญ่ ซาฟิรได้มีเพื่อนคุยใหม่ๆ ซาฟิรไปนั่งคุยกับป้าๆ น้าๆ เพลิน จนบางครั้งส่งเสียงดังเกินควร พอโดนป๋าดุหน้าซาฟิรก็เปลี่ยน
ขากลับรถไฟไม่เสียเวลา หกโมงสิบเอ็ดนาทีเราก็มาถึงสถานีบางเขน ส่วนอาโอต้องนั่งต่อไปลงหัวลำโพง

เราปั่นกลับจากสถานีบางเขน ระหว่างทางมีร้านเบอร์เกอร์ ซาฟิรบอกให้แวะ
"ซาฟิรอยากกิน ซาฟิรไม่ได้กินตั้งหลายวันแล้ว"
จริงๆ แล้วซาฟิรอยากจะกินตั้งแต่วันแรกที่เราจะไปเที่ยว แต่ป๋าเข้าใจผิดว่ามีร้านอยู่หน้าม.เกษตร ขากลับเลยต้องจอดซื้อให้ 1 ชุด กลับไปกินที่บ้านกัน
เราสองคนมาถึงบ้านหนึ่งทุ่มพอดี จบทริปสั้นๆ สำหรับซาฟิรในวันเด็ก ทริปหน้าจะเป็นที่ไหนเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาส
ขอบคุณซาฟิรที่ลูกมีความอดทนในการท่องเที่ยวเชิงห้องเรียนธรรมชาติ มันเป็นสิ่งที่ซาฟิรชอบ เมื่อมีการชักชวนเกิดขึ้น หรือห่างหายจากการชักชวน ซาฟิรก็จะทวงถามว่าเมื่อไหร่เราจะไป bike and camping อีก
ขอบคุณอาโออาโต้งที่ชักชวนให้มีทริปนี้เกิดขึ้น และฝากขอบคุณถึงคุณปู่คุณย่าและทุกๆ คนที่กลางดงที่มีส่วนทำให้ลูกมีความสุข
ขอบคุณม่ามี้ที่ไว้ใจให้เราออกทริปได้
ขอบคุณที่ทุกๆ คนทนอ่านเรื่องราวของเราด้วยภาษาแบบเราๆ

































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น