สุดยอดเลยป๋า ซาฟิรชอบธรรมชาติมากๆ เลย
สัญญาที่ให้กันไว้กับซาฟิรว่า เราจะมีกิจกรรมที่เต็มรูปแบบ bike & camping ทุกๆ ปิดเทอม และจะชดเชยของปิดเทอมครั้งที่แล้วที่ป๋าไม่ว่างรวมกันกับครั้งนี้ด้วย
ซาฟิรถูกใจมากๆ ที่จะได้กางเต็นท์ นอนดูดาว ชมจันทร์ รับแสงอรุณ หลังจากที่เราจัดการกางเต็นท์ และกินมื้อเย็นเรียบร้อย คำถามที่กังวาลตลอดเวลา อีกกี่ชั่วโมงจะได้ดูดาว อีกกี่ชั่วโมงจะได้ดูพระอาทิตย์ตก ต้องคอยตอบทีละคำถาม เริ่มจากอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้เราจะเริ่มต้นด้วยการดูพระอาทิตย์ตกก่อน แล้วพอฟ้าเริ่มมืดพระจันทร์และดาวก็จะมาให้เราเห็น แต่…
"ทุกอย่างที่ป๋าพูดต้องขึ้นอยู่กับทัศนวิสัยนะ"
“ทัศนะวิสัยคืออะไรครับป๋า”
"ทัศนะวิสัยคือ สภาพอากาศไงครับ ถ้าเมฆเยอะ ฝนตก เราก็อาจจะมองไม่เห็น วันนี้เราอาจจะมองไม่เห็นก็ได้ เพราะเมฆเยอะ พวกเราไปเดินเล่นกันดีกว่า"
และเป็นจริงอย่างที่คิดไว้ เมฆหนาตาทำให้มองเห็นแต่แสงที่ลอดผ่าน กับวิวต้นไม้และภูเขา พวกเราเลยล้มเลิกการรอดูพระอาทิตย์ตก เปลี่ยนเป็นเดินเล่นชมวิวกินลมแทน ก่อนจะเดินลงไปเที่ยวตลาดยามเย็นที่ตีนเขา
อีกไม่กี่นาที มันก็จะไปซ่อนอยู่หลังเมฆ
นักท่องเที่ยวไม่มี ลานนี้จึงเป็นของเรา
ลานกว้างๆ เหมาะกับซาฟิรมาก
ที่ตลาดยามเย็นวันนี้ (วันพุธ) แม้พวกเราจะรู้ว่ามีร้านเปิดให้บริการไม่กี่ร้าน พวกเราก็อยากที่จะลงจากเขาไปเดิน เพียงเพื่อให้ซาฟิรได้เห็นบรรยากาศของวิถีชีวิตชาวบ้าน และมีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านเอง
ซาฟิรลงมาถึงตลาด ตรงดิ่งไปสำรวจว่ามีอะไรขายบ้าง มาหยุดนิ่งที่ร้านที่มีหัวข้าวเกรียบทอด (ปาลอกือโป๊ะ) แล้วหยิบมันใส่ปากเลยแล้วบอกแม่ค้าว่าอร่อย
ระหว่างรอแม่ค้าหั่นใส่ถุงมีชาวบ้านใจดีแอบจ่ายเงินให้อีก บังดีกับป๋าเดินไปรอที่เพิงร้านกาแฟ นั่งลงคุยสัพเพเหระกับชาวบ้านพร้อมจิบชากาแฟไปด้วย
ความมืดเริ่มมาเยือนและเตือนพวกเราให้กลับขึ้นไปดูดาวกัน ซาฟิรหลับเพราะความเพลียจากการวิ่งเล่น ปัญหาเริ่มมี การเดินกลับขึ้นไปบนเขาถ้าต้องอุ้มหรือแบกซาฟิรกลับ
บังมะยากีเห็นดังนั้นบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวขึ้นมอเตอร์ไซค์ผม แล้วบังมะยากียังไหว้วานเรียกอีกคนให้บังดีซ้อนท้ายขึ้นไป บังมะยากีคนนี้นี่แหละที่ต้อนรับพวกเราตอนที่มาถึง และให้คำแนะนำต่างๆ กับพวกเรา รวมถึงให้มื้อเย็นเราทานด้วย โชคดีเป็นของพวกเรา
ชิมก่อนแท่งหนึ่ง แล้วชมแม่ค้าว่าอร่อย
ส้มตำ อาหารยอดฮิตของทุกภาค
อาหารตามสั่ง และเครื่องดื่ม
ข้าวเหนียวปิ้ง กับไก่ย่าง
ชาวบ้านในละแวกตั้งวงเสวนา
บังมะยากี ยามาดง ชรบ.ของหมู่บ้าน
พวกเรากลับขึ้นมาบนเขาแล้ว ซาฟิรยังคงหลับ บังดีกับป๋านั่งคุยกันต่อกับบังมะยากี และทีมเจ้าหน้าที่ คุยถึงเรื่องนักเขียนภาพคนหนึ่งที่อยู่ในละแวกนี้ชื่อ yahilning moobee เจ้าหน้าที่ที่ขึ้นมาใหม่ได้ยินพอดี เลยบอกกับบังดีว่าเมื่อสักครู่เห็นนั่งดื่มกาแฟอยู่เชิงเขา บังดีกับบังมะยากีเลยขอตัวลงไปทักทาย
ท้ายสุดทุกคนพากันกลับขึ้นมานั่งคุยกันบนเขา ยินดีที่ได้รู้จักนักปั่นและนักเขียนภาพในคนคนเดียวกัน บัง yahilning moobee บอกว่ารู้จักเราสองพ่อลูกมานานแล้ว ติดตามผ่านโซเซี่ยลมีเดีย
สามทุ่มป๋าปลุกซาฟิรให้อาบน้ำ คืนนี้เราจะอาบน้ำท่ามกลางหมู่ดาวและแสงจันทร์ เราสองคนพากันเดินไปอาบน้ำที่แท็งค์เก็บน้ำ น้ำเย็นมากในเวลากลางคืนบวกกับลมที่พัดผ่าน ไม่อยากจะบอกว่าเย็นสบายแค่ไหน ห้องน้ำเราสี่ด้านคือความมืด หลังคามีดาวล้านดวง
ถึงเวลาปูเสื่อนอนดูดาวกัน เราสองคนนอนดูได้ไม่นานซาฟิรก็หลับ คราวนี้ป๋าอุ้มพาไปนอนในเต๊นท์เลย ส่วนป๋าก็ออกมานั่งคุยกันต่อ ราวๆ 01:30 น. จึงขอตัวเข้านอนตามซาฟิร บังดีนอนเป็นคนสุดท้าย
ความมืดเริ่มมาเยือน แสงไฟจากถนนที่มุ่งสู่ยะลา
หมุนไปหมุนมาแล้วดูของจริง
พระจันทร์เพิ่งออกมาจากม่านเมฆ
05:30 น. ของวันที่ 5 เมษายน 2018 เสียงนาฬิกาปลุกเตือนดังขึ้น ป๋าตื่นก่อนทุกคนที่ค้างบนเขานางแก้ว จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย แล้วมานั่งรับลม ก่อฟืนเตรียมไว้ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีสันขึ้นมาทีละนิด จากแดงเป็นเส้นๆ ค่อยๆ ขยาย ผ่านไปครึ่งชั่วโมงดวงตะวันก็ยังไม่โผล่พ้นขอบเขาขึ้นมา ในใจคิดว่าคงจะฝันสลายเหมือนตอนส่งตะวันหรือเปล่า
และแล้วในที่สุด ตะวันก็โผล่มาให้เราเห็นมันคุ้มค่ากับการรอคอย ป๋ารีบปลุกซาฟิรให้ตื่นขึ้นมาดู
“มันช่างสวยงามจริงๆ ซาฟิรไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เห็นเลยป๋า”
ดูซาฟิรสดชื่นและมีความสุข ป๋าก็แอบอมยิ้มเมื่อเห็นซาฟิรชอบใจ
พวกเราสามคนนั่งลงรอบกองไฟ บังดีกับป๋าชงกาแฟดื่มต้อนรับอรุณฯ ซาฟิรจัดนมกล่องแล้วนั่งคุยกันไปตามบรรยากาศที่เรามองเห็น
แม้หมอกจะไม่หนาตาก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามลดน้อยลงไป
มีต่อ ตอนที่ 3 (ตอนเดินสำรวจตามเรื่องเล่า)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น